สงครามอิสราเอล-เฮซบัลเลาะห์ จะยืดเยื้อหรือไม่

เรียนมิตรสหายที่เคารพรัก

สถานการณ์ทางการเมืองที่น่าจับตามองในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเมืองในประเทศเท่านั้น แต่ยังคงมีสถานการณ์ที่ร้อนระอุและอยู่ในความสนใจของทั่วโลก คือ สถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ (Hezballah terrorist organization) ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเลบานอน

เหตุการณ์ที่เป็นชนวนก่อให้เกิดสงคราม คือ การที่ทหารของอิสราเอลถูกลอบสังหาร 8 นายและถูกลักพาตัว 2 นายโดยกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงขององค์การสหประชาชาติ (UN) รวมถึงรัฐบาลเลบานอนมิได้ดำเนินการปลดอาวุธกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ตามข้อตกลง จึงเป็นเหตุให้อิสราเอลโต้ตอบด้วยวางระเบิดและเปิดฉากการต่อสู้ทั้งทางบกและทางอากาศในพื้นที่ประเทศเลบานอนเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่า อิสราเอลได้เคยยื่นข้อเสนอให้กับเลบานอน เพื่อยุติข้อพิพาท 3 ข้อ ได้แก่

1. ให้กลุ่มเฮซบัลเลาะห์ปล่อยตัวนายทหารอิสราเอลที่กลุ่มเฮซบัลเลาะห์จับตัวไป

2. ให้ปลดอาวุธกองกำลังของกลุ่มเฮซบัลเลาะห์

3. ให้มีกองกำลังกลาง หรือ กองกำลังทหารของเลบานอนเข้ามาคุมพื้นที่เขตชายแดนระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล

เงื่อนไขประการที่ 2 และ 3 ที่อิสราเอลเสนอเป็นเรื่องยากที่จะให้เฮซบัลเลาะห์ปฏิบัติตาม และเมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ และยุทธวิธีที่ทางอิสราเอลเลือกนั้น พบว่า สถานการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้ คือ สถานการณ์จะยืดเยื้อแต่ขอบเขตพื้นที่การโจมตีจะไม่ขยายมากกว่าปัจจุบัน เนื่องด้วยเหตุผล 3 ประการ

ประการแรก คือ ฐานกำลังทางอาวุธของกลุ่มเฮซบัลเลาะห์มีมากกว่าที่อิสราเอลประเมิน ฉะนั้น แม้อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ก่อน โดยใช้ยุทธศาสตร์โจมตีอย่างรวดเร็วและเน้นการโจมตีพื้นที่ที่เป็นคลังอาวุธ เพื่อหวังผลให้การโจมตีจบเร็วที่สุด แต่ปัจจุบันมีการคาดการณ์กันว่า กำลังด้านอาวุธของกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ยังคงมีอยู่ในครอบครองอีกถึง 13,000 ลูก ซึ่งหมายความว่ายุทธวิธีของอิสราเอลในการทำลายฐานอาวุธของเฮซบัลเลาะห์ยังไม่เห็นผล และจะทำให้กองกำลังเฮซบัลเลาะห์ยังสามารถต่อกรกับกองทัพอิสราเอลได้อีกเป็นเวลานาน แม้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศอื่น

ประการที่สองคือ การที่ประเทศที่สามยังคงให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินและความช่วยเหลือต่างเห็นได้จากการแสดงจุดยืนของทั้งฝ่ายสหรัฐอเมริกาที่ให้การสนับสนุนประเทศอิสราเอลและฝ่ายของประเทศซีเรียกับประเทศอิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ ซึ่งจากรายงานสถิติการให้ความช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกาต่ออิสราเอล ตั้งแต่ปี .. 1973 จนถึงปัจจุบันสูงถึงปีละ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในส่วนของกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากประเทศอิหร่าน ซึ่งปีนี้รัฐบาลอิหร่านให้งบประมาณช่วยเหลือกลุ่มเฮซบัลเลาะห์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หรือประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การสนับสนุนดังกล่าวจากประเทศที่สามส่งผลให้สงครามยังคงดำเนินต่อไปได้

ประการที่สาม คือ ท่าทีไม่เห็นด้วยต่อการเข้าแทรกแซงของประชาชนในประเทศที่สาม จากการรายงานของสำนักข่าวไทม์ แมกกาซีน เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนชาวอิหร่าน พบว่าประชาชนไม่ต้องการให้อิหร่านเข้าไปมีบทบาทมากในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ต้องการที่จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นประเทศที่เป็นตัวก่อปัญหา ดังนั้นเราอาจคาดการณ์ได้ว่าอิหร่านคงเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุนแต่จะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง อาทิ ให้การช่วยเหลือเฉพาะด้านการเงิน

ในขณะที่ประชาชนของสหรัฐฯ มีการต่อต้านเช่นกัน เนื่องจากการสูญเสียที่เกิดขึ้นในกรณีสงครามในอัฟกานิสถานและสงครามในอิรักยังคงเป็นกรณีติดพัน รวมถึงความไม่พร้อมของสหรัฐในการเข้าทำสงครามต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่สงครามอิรักยังไม่จบลง ด้วยเหตุนี้ ประเทศที่สามจะไม่เข้ามาสนับสนุนในการทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบ แต่จะคอยสนับสนุนอยู่ลับ ๆ ส่งผลทำให้พื้นที่การโจมตีของสงครามไม่ขยายออกไปยังประเทศอื่น

อย่างไรก็ตาม การเจรจาที่จะเกิดขึ้นระหว่างผู้นำอิสราเอลและเลบานอนที่มี น.. คอนโดลีซ่า ไร้ซ์ เข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อการหาทางออกนั้น อาจจะสามารถหาข้อสรุปได้ แต่การที่จะข้อสรุปมาบังคับใช้นั้นอาจจะต้องใช้เวลา และถึงแม้การประชุมดังกล่าวอาจจะไม่สามารถหาข้อยุติได้ การประกาศของอิสราเอลเรื่องการยอมให้มีกองกำลังกลางเข้ามาควบคุมในพื้นที่ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนนั้น นับเป็นท่าทีที่จะช่วยให้สงครามครั้งนี้ยังมีทางออก แต่จะเป็นไปได้หรือไม่นั้นคงจะต้องติดตามกันต่อไป

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2006-07-28