สังคม


แหล่งที่มาของภาพ : https://p.gr-assets.com/540x540/fit/hostedimages/1382121194/5679696.jpg

 

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

รายงาน United Nations World Urbanization Prospects กล่าวว่ากว่า2ใน3 ของประชากรโลกทั้งหมดจะอาศัยอยู่ใจกลางเมืองเนื่องด้วยความเป็นเมืองจะขยายออกมากขึ้น และในปี 2050 จำนวนประชากรใน mega cities จะเพิ่มขึ้นอีก 2.5 พันล้านคน โดยใน 2.5 พันล้านคนนี้ ร้อยละ 37 มาจากทวีปเอเชียและแอฟริกา คือ ประเทศจีน อินเดีย และไนจีเรีย ทำให้ในปี 2050 จะมีประชากรมากกว่า 6 พันล้านคน ที่อาศัยอยู่ใน mega cities ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้จำนวน mega cities ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยโดยตั้งแต่ปี 1990 มีเมืองใหญ่เพียง 10 เมืองเท่านั้น แต่ในปี 2014 นี้ มีเมืองใหญ่ถึง 28 เมืองทั่วโลก คือ 16 เมืองจากเอเชีย 4 เมืองจากละตินอเมริกา 3 เมืองจากทวีปแอฟริกาและยุโรปและอีก 2 เมืองจากทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ส่วนมากแล้ว เมืองใหญ่เหล่านี้ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Developing countries) และหลังจากนี้อีก 15 ปี คือ ในปี 2530 UN คาดว่าจะมีเมืองใหญ่เกิดขึ้นเป็น 41 เมือง

รายการครบเครื่องเรื่องข่าว สัมภาษณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสของการออกรางวัลสลากออมสิน

Slide
ธนาคารออมสินเชิญผมให้เป็นประธานกรรมการการออกเลขสลากพิเศษ ครั้งที่ 11/2557 รวมทั้งดูการตรวจสอบการใช้เครื่องตรวจโลหะ ตรวจลูกบอล หากมีโลหะข้างในจะส่งเสียงดัง โดยมี คุณพิสิษฐ์ เสรีวัฒนา รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน อธิบายเรื่องขั้นตอนและความโปร่งใสของลูกบอลหมายเลขสลาก อีกทั้ง ผมยังได้ชมการสาธิตขั้นตอนของการออกสลากฯ ในครั้งนี้ด้วย มีพี่น้องสื่อมวลชนให้ความสนใจ และขอสัมภาษณ์ผมเกี่ยวกับความโปร่งใสของการออกรางวัลสลากออมสิน ผมให้ความคิดเห็นไปว่า เพราะดูจากระบบและขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการมีความโปร่งใสแน่นอนครับ สามารถรับชมคำสัมภาษณ์ได้ตามลิงก์นี้ครับ 
Catagories: 


แหล่งที่มาของภาพ : http://s1.hubimg.com/u/5331416_f260.jpg

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

หลังจากที่ผมได้นำเสนอแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากร โครงสร้างทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมของโลกปี ค.ศ.2050 ผ่านบทความทั้ง 3 ชิ้นที่ผ่านมา ยังคงมีอีกหลากหลายประเด็นที่ทุกคนควรรู้และให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง ทั้งนี้ประเด็นเรื่องสภาพแวดล้อมเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญไม่ต่างไปจาก 3 ประเด็นข้างต้น ดังนั้น ในบทความฉบับนี้ ผมจึงอยากนำเสนอแนวโน้มโลกปี ค.ศ.2050 ในประเด็นเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดและเราควรจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างไร

โลกในปี ค.ศ.2050 มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อมในเรื่องต่อไปนี้

1. น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายเป็นวงกว้าง
ในปี ค.ศ.2050 แผ่นน้ำแข็งจำนวนมากที่เคยปกคลุมน่านน้ำแถบมหาสมุทรอาร์กติกจะละลายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งจะเป็นผลดีในการทำให้เกิดเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศสายใหม่ ที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการขนส่งสินค้าทางทะเลจากเอเชียไปยังชายฝั่งอีสต์โคสต์ (East Coast) ของสหรัฐฯ ได้มากกว่าในปัจจุบัน (Warmer climate to open new Arctic shipping routes by 2050 -study, 2013)

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ พบว่าในปี 2047 จะเป็นครั้งแรกของโลกที่จำนวนประชากรอายุ 60 ปี มีมากกว่าประชากรเด็กบทความก่อนหน้านี้ ผมได้กล่าวถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของโลกในปี 2050 ไปแล้วว่าจะมีทิศทางในอนาคตเป็นอย่างไร ประเทศใดบ้างที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่อไป และประเทศไทยควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคต

ทว่า ยังมีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างทางสังคม เนื่องจากว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ ผมขอนำเสนอแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคมสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2050 ดังต่อไปนี้

ลักษณะโครงสร้างทางสังคมในอีก 40 ปีข้างหน้า จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมแห่งผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือกล่าวได้ว่า สังคมโลกในอนาคตจะเป็นสังคมที่ผู้สูงอายุครอบครองก็เป็นได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรของโลก ที่คนเกิดน้อยลงและอายุยืนมากขึ้น ทำให้ประชากรทั่วโลกจะมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้นอย่างน้อย 9 ปี และประชากรทั่วโลกที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จะมีจำนวน 2 พันกว่าล้านคน คิดเป็นสัดส่วนได้ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 ของประชากรทั้งโลก ซึ่งพบได้ในเกือบทุกประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะประเทศอิตาลี เยอรมัน อังกฤษ และสแกนดิเนเวีย รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2010 และจากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ พบว่า ในปี 2047 จะเป็นครั้งแรกของโลกที่จำนวนประชากรอายุ 60 ปี จะมีมากกว่าจำนวนประชากรเด็ก นอกจากนี้ จากการคาดการณ์จำนวนประชากรผู้สูงอายุในปี 2050 ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากเป็นอันดับที่ 2 คือ รองจากประเทศสิงคโปร์ และประเทศลาว เป็นประเทศที่มีสัดส่วนของจำนวนประชากรผู้สูงอายุต่ำที่สุดในกลุ่ม

งานวันนี้
ปีที่ 16 ฉบับที่ 708 วันที่ 14-21 ตุลาคม 2557

 

ผู้บริหาร 2 คน พูดกับทีมงาน หลังจากพบความผิดพลาดเกิดขึ้น....

ผู้บริหารคนที่ 1 ...“ทำงานกันผิดพลาดแบบนี้....ถ้าครั้งหน้าไม่ดีขึ้น ผมจะตัดเงินเดือนไม่ใช่คุณคนเดียวนะ แต่จะตัดเงินเดือนทั้งทีมเลย และถ้าไม่ดีขึ้นอีก ก็เตรียมหางานใหม่ได้เลย”

ผู้บริหารคนที่ 2 ....”ไหนลองวิเคราะห์สิว่า ความผิดเกิดตรงไหน และจะแก้ไขอย่างไร หวังว่า บทเรียนครั้งนี้ จะทำให้เราเรียนรู้และไม่ผิดพลาดอีก ผมเชื่อมั่นในความสามารถของพวกเราทุกคน ขอบคุณในความตั้งใจทำงานมาโดยตลอด”

ถ้าเราเป็นหนึ่งในทีมงาน คิดว่า เราอยากจะทำงานร่วมกับผู้บริหารงานคนไหนมากกว่ากัน?...ถ้าเลือกได้ คงเลือกทำงานกับคนที่ 2 เพราะรู้สึกว่า มีกำลังใจ มีความเชื่อมั่นในตัวเองที่จะทำงานให้ดีขึ้น มากกว่าการทำงานด้วยความกลัวว่าจะถูกตัดเงินเดือน หรือถูกให้ออกจากงาน...


แหล่งที่มาของภาพ : http://rlv.zcache.com/winking_smiley_face_dinner_plate-rea1829c1d7ff49bcb87ad7f0466803e4_ambb0_8byvr_512.jpg?bg=0xffffff

“ความสุข คือ ความหมายและวัตถุประสงค์ของชีวิต เป็นจุดมุ่งหมายและจุดจบทั้งมวลของการดำรงอยู่ของมนุษย์”

อริสโตเติ้ล นักปราชญ์ชาวกรีก ได้ให้ข้อสรุปที่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยปฏิเสธไม่ได้ ..

ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ใคร ๆ ต่างก็อยากมีความสุข และหลีกเลี่ยงความทุกข์ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 
แหล่งที่มาของภาพ : http://blogs.babycenter.com/wp-content/uploads/2011/11/disdain-300x200.jpg

 

ถ้ามีคนพูดกับคุณแบบนี้....จะรู้สึกอย่างไร?

“คิดได้เท่านี้หรือ ผมว่าเด็กประถมยังคิดได้ดีกว่าเลย..”

“หน้าตาแบบนี้ ทำงานเบื้องหลัง แบบไม่ต้องเจอผู้คนน่าจะดีกว่านะ”

“ประสบการณ์ก็น้อย แถมไม่จบเมืองนอก ยังคิดจะรับงานใหญ่ ..ไม่ประเมินตัวเองเลย!!”

เมื่อใครมาพูดกับเราทำนองนี้ ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงการดูหมิ่น เยาะเย้ย ไม่ได้แสดงความจริงใจ เราย่อมรู้สึกได้ทันทีว่า กำลังถูก “ดูถูก”