สังคม

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้รับเชิญโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้บรรยายในหัวข้อ “การบริหารภาครัฐภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงในอนาคต” จึงใช้โอกาสนี้ ชี้ให้ข้าราชการที่เข้าร่วมฟังบรรยายเห็นว่า หากต้องการจะบริหารงานภาครัฐ อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาวะโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร ผมเชื่อว่าประเทศชาติที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองสูง เป็นประเทศพัฒนาแล้วและมีรายได้สูง ล้วนไม่ได้พัฒนาโดยภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเพียงเท่านั้น แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตรีกิจ หรือ 3 ภาคกิจ คือ รัฐกิจ ธุรกิจ และประชากิจ โดยภาครัฐเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน เนื่องจากมีอำนาจรัฐมีงบประมาณ และมีบุคลากรจำนวนมาก และภายใต้สภาวะที่มี การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ภาครัฐจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่บูรณาการมิติต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งผมมีข้อเสนอดังนี้

 ผู้เขียนขอแชร์ไอเดีย ที่เรียกว่า กรอบความคิดโมเดลบูรณาการ 8C หรือ Dr. Dan Can Do 8C Integration Model เพื่อเป็นแนวทางในการยกระดับความร่วมมือของ RCEP ให้แน่นแฟ้นขึ้นเพื่อให้การรวมกลุ่มนี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกประเทศและกับประเทศไทย

 ทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดอย่างต่อเนื่องและยาวนาน การร่วมมือทางเศรษฐกิจจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นเศรษฐกิจประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับคำเชิญจาก China Development Institute (CDI)ให้บรรยายหัวข้อ The RCEP Signing: Common Future and Shared Prosperity Towards Regional Cooperation ในงานสัมมนาของ China-ASEAN Think Tank Webinar

โลกกำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางสุขภาพ โดยผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เน้นการป้องกันแทนการรักษาโรค สนใจการชะลอวัยและการมีอายุยืนมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านบริการสุขภาพและความงาม ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรม Wellness จึงมีความสำคัญและน่าสนใจยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์
Wellness หรือที่ผมบัญญัติศัพท์ว่า “สุขสภาพ” หมายถึง สภาพ (state) ที่มนุษย์ มีชีวิตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข เป็นสภาพที่เกิดจากการบูรณาการขององค์ประกอบต่าง ๆ ของมนุษย์ ทั้งร่างกาย จิตใจ ความคิด ความจดจ่อ จิตวิญญาณ รวมถึง พฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก
การส่งเสริมสุขสภาพจึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมบริการเฉพาะด้านเท่านั้น การพัฒนาสุขสภาพต้องพิจารณาอย่างบูรณาการ ซึ่งผมได้จัดทำข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขสภาพเพื่อการสร้างชาติ ดังต่อไปนี้

ปัจจุบันสัดส่วนผู้สูงอายุในสังคมเพิ่มสูงขึ้น แต่นโยบายผู้สูงอายุของไทยนั้น ยังเน้นการจัดสวัสดิการ และการดูแลด้านกายภาพของผู้สูงอายุเป็นหลัก อีกทั้งยังไม่ครอบคลุมผู้สูงอายุทั้งประเทศ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายผู้สูงอายุในมิติอื่น ๆ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากผู้สูงอายุ ที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์จากชีวิตที่ผ่านมา และการพัฒนานโยบายผู้สูงอายุ เพื่อการพัฒนาประเทศและฟื้นประเทศ มากกว่าจะเป็นเพียงการจัดสวัสดิการเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผมจึงได้เสนอยุทธศาสตร์การดูแลผู้สูงอายุเพื่อฟื้นประเทศที่ครอบคลุมทุกมิติของผู้สูงอายุ ให้กับตัวแทนภาครัฐกิจ ธุรกิจ และประชากิจที่สถาบันการสร้างชาติ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

เราต้องอยู่กับวงจรโควิด-19 ราว 2 ปี นั่นคือ อีกนานราว 18 เดือน หรือจนกว่าการพัฒนาวัคซีนจะสำเร็จ ...

ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า การพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 12-18 เดือน

การตัดสินใจ เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ต้องพัฒนาฝึกฝนให้ถูกต้องและแม่นยำ เพราะมนุษย์ต้องทำการตัดสินใจอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ตั้งแต่เรื่องเล็กที่สุดอย่างการตัดสินใจว่าจะรับประทานอะไรจนถึงเรื่องใหญ่ที่สุด เช่น การบริหารองค์กร หรือบริหารประเทศ

การจัดระเบียบโลกในอนาคต (Future World Order) ด้วยการพัฒนาโลกาภิวัตน์แบบร่วมมือ 8 รูปแบบจะเป็นระเบียบโลกที่ความมั่งคั่งกระจายทั่วถึงทุกคนมากขึ้น เกิดระบบเศรษฐกิจที่ออกแบบเพื่อทุกคนมากขึ้น เป็นธรรมมากขึ้น และยังคงทำให้เกิดความมั่งคั่งได้

โลกอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น นับเป็นความท้าทายต่อภาครัฐในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพราะระบบภาครัฐแบบดั้งเดิมเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ทั้งสายการบังคับบัญชาที่ยาว การยึดกฎระเบียบมากเกินไป การทำงานแบบแยกส่วน ขาดการมีส่วนร่วมของพลเมือง เน้นนโยบายระยะสั้น และไม่ให้น้ำหนักกับการตอบโจทย์สังคม จากการศึกษาวิจัยและการคิดมาตลอดชีวิต ผมได้ตกผลึกทางความคิดว่า ระบบที่ดี คือ ระบบที่จะทำให้คนชั่วทำดีโดยไม่รู้ตัว ในทางตรงกันข้าม ระบบที่ชั่ว คือ ระบบที่จะทำให้คนดีทำชั่วโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเราไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ และจะมีต้นทุนสูงมากในการควบคุมมิให้คนชั่วไปสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นและส่วนรวม

     “เด็กและเยาวชนไทยสามารถเป็นผู้ที่นำการเปลี่ยนแปลงได้ โดยการหล่อหลอมจากพ่อแม่ผู้เป็นแบบอย่างที่ดีของการเป็นพลเมืองในประเทศ”
     การสร้างความตระหนักในการเป็น “พลเมือง” ของประเทศเป็นสิ่งสำคัญ ความรู้สึกเป็นเจ้าของ เสียสละ อาสาตัวไม่เพิกเฉยต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากความรักประเทศชาติ  อันเปรียบเสมือนกับบ้านที่ตนเองอยู่อาศัย   บ้านมีปัญหา บ้านไฟไหม้ จะอยู่ไปอย่างหลับหูหลับตาไม่รับรู้ปัญหา ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในบ้านของตนได้อย่างไร  
     ผมกล่าวเสมอว่า “ในเรื่องเดียวกัน คนที่มีหลักปรัชญาที่แตกต่างกัน จะมีจุดยืนและการตัดสินใจที่แตกต่างกัน” ยกตัวอย่าง เหมา เจ๋อตุง และเติ้ง เสี่ยวผิง บริหารจัดการประเทศจีนต่างกัน เพราะมีปรัชญาเบื้องหลังเกี่ยวกับมนุษย์ที่ไม่เหมือนกัน
     เหมา เจ๋อตุง มีหลักปรัชญาที่ว่า ‘มนุษย์เห็นแก่ผู้อื่น ยินดีเสียสละแบ่งปัน ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน’ทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางและระบบคอมมูน โดยมองว่าชาวนาเป็นแรงงานของรัฐ ทุกคนได้รับผลตอบแทนเท่ากัน
     เติ้ง เสี่ยวผิง มีหลักปรัชญาว่า ‘มนุษย์เห็นแก่ประโยชน์ตัวเองมากกว่าผู้อื่น’ และการจะทำเพื่อผู้อื่นนั้นจะต้องมีแรงจูงใจ จึงนำไปสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจโดยการใช้แรงจูงใจแก่ชาวนาในชนบท และใช้กลไกตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไป