การเมือง

จากการที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ออกมาแถลงถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 และแนวโน้มปี 2549 โดยไม่นำปัญหาด้านการเมืองมาเป็นปัจจัยหลักในการคำนวณจีดีพีทั้งหมด เพราะคาดว่าจะยุติได้ไม่เกินกลางปี 2549 นั้น ผมคิดว่าเป็นการด่วนสรุปจนเกินไป สวนทางกับนักวิชาการและองค์กรหลายแห่ง ในความเป็นจริง สถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อจะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่สภาพัฒน์คิด

ข้อเสนอของพรรคไทยรักไทยที่กำหนดจุดยืนในการเจรจาหาทางออกทางการเมืองว่า พรรคไทยรักไทยพร้อมจะเจรจา หรือ ldquo;ดีเบตrdquo; 3 ฝ่าย ตามข้อเสนอของพีเน็ต ในวันที่ 24 มีนาคม 2549 โดยให้ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ได้ แต่ทั้งนี้เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะต้องยอมปฏิบัติตาม 2 เงื่อนไข คือ

เห็นรายนามผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาปีนี้กันไปแล้ว หลังจากที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดรับสมัครไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครกว่า 1200 คนทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักสื่อสารมวลชนคนบันเทิง กลุ่มข้าราชการ อดีตนักการเมือง และกลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ จากหลากหลายอาชีพเป็นที่น่าสังเกตว่าในปีนี้มีผู้สมัครซึ่งเป็นสามี-ภรรยาหรือญาติพี่น้องกับนักการเมืองในคณะรัฐบาลและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่ผ่านมาอยู่เป็นจำนวนมาก จนเป็นที่จับตากล่าวหากันว่าระบบรัฐสภาไทยที่มีการคานอำนาจระหว่างกันจะ

ประเด็นสำคัญในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประการหนึ่ง ได้แก่ ข้อถกเถียงเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (party list) ยังควรมีและจำเป็นต่อสังคมการเมืองไทยต่อไปอีกหรือไม่?

ในวันนี้ เมื่อมองอนาคตประชาธิปไตยไทย ผมคิดว่า แม้เราจะสามารถแก้ไขระบบให้ดี แก้รัฐธรรมนูญที่มั่นใจได้ว่าเป็นของประชาชนมากที่สุด แต่หากบุคคลที่สำคัญที่สุด 2 กลุ่ม อันได้แก่ ประชาชน และนักการเมือง ขาดความสำนึกในคุณค่าของอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่สนใจที่จะดำเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตยแล้ว อนาคตประชาธิปไตยคงเป็นเหมือนต้นไม้ที่ไร้รากแก้ว ย่อมไม่สามารถต้านทานลมพายุที่พัดผ่านมาได้

ในบรรดาอาชีพต่าง ๆ ที่ถูกเหน็บแนบ ดูถูกดูแคลน ไม่ให้ความเชื่อมั่นศรัทธามากที่สุด ปรากฏว่า อาชีพ ldquo;นักการเมืองrdquo; ติดหนึ่งในอาชีพที่มีคนกล่าวถึง ในเชิงเสียดสี เย้ยหยัน ดูถูกดูแคลน มาโดยตลอด

รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ได้ก่อเกิดผลหลายประการต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ ทั้งมิติการเป็นตัวแทนของประชาชน ความเท่าเทียม และเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศในระยะยาว

หากจะกล่าวถึงความยิ่งใหญ่และมั่งคั่งของมหาวิทยาลัยระดับโลกดังเช่นฮาร์วาร์ด หลายคนคงคิดถึงฐานเงินสะสมจำนวนมหาศาลกว่า 29.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ อาณาบริเวณของมหาวิทยาลัยบนพื้นที่ 380 เอเคอร์ ริมแม่น้ำชาลส์ และสิ่งที่ลืมไม่ได้คือ ความมั่งคั่งด้านขุมทรัพย์ทางปัญญานั่นคือ ห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีหนังสือมากกว่า 15 ล้านเล่ม นับเป็นห้องสมุดที่ใหญ่สุดอันดับหนึ่งในบรรดามหาวิทยาลัยทั่วโลก เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และอันดับ 4 ของโลก

ข้อถกเถียงในประเด็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบในเชิงหลักการ ได้แก่ การเลือกตั้ง ส.ส. ว่าควรมีระบบการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ หรือ เขตเดียวเบอร์เดียว จึงสะท้อนความเท่าเทียมและการเป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศได้มากกว่ากัน

สิ่งที่อยู่ในใจของหลายคนในการเลือกผู้แทน คือ เราต้องการให้คนดีและคนที่มีความรู้ความสามารถได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา แต่ขณะเดียวกัน เราคงมีคำถามว่า ldquo;จะดึงดูดคนดีและเก่งเข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนให้มากขึ้นอย่างไรrdquo; เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา แม้เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด และสะท้อนอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนได้มากกว่าฉบับอื่น ๆ แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถสกัดกั้นนักการเมืองที่ไม่เหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศได้