การเมือง



ผมขออนุญาตชี้แจงเหตุผลในการตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้มิตรสหายทราบพอสังเขป หลังจากที่ได้แถลงไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกท่านทราบเหตุผลอย่างครบถ้วนและถูกต้อง

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่แข่งขันกันอย่างรุนแรง ด้วยการแย่งชิงพื้นที่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งจากฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลที่ต้องการนำข้อเท็จจริงมานำเสนอต่อประชาชน และฝ่ายรัฐบาลที่ต้องการปกป้องภาพลักษณ์ของตนเอง อาจนำมาซึ่งความสับสนแก่ประชาชนว่าข้อมูลของฝ่ายใดคือข้อเท็จจริง ข้อมูลใดเป็นข้อคิดเห็น และคำกล่าวใดเป็นเพียงการโกหกเท่านั้น

ดังที่ผมได้ประสบด้วยตัวเอง จากการที่ถูกกล่าวพาดพิงว่า ผมเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เครื่องบิน C-130 กับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ทั้งที่ไม่ได้เป็นความจริงตามที่ผมได้ชี้แจงไปแล้ว แต่เป็นเพียงการโกหกเพื่อเบี่ยงประเด็นให้เป็นประเด็นทางการเมือง

จากการประกาศนโยบายการปลดหนี้ภาคประชาชน ซึ่งได้ประกาศมาตรการแก้หนี้ไป เมื่อ 18 ตุลาคม 2548 และหนี้สินภาคเกษตรกรที่กำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ และหนี้สินอื่น ๆ ที่ยังรอดำเนินการ เช่น หนี้กองทุนหมู่บ้าน หนี้สหกรณ์ หนี้กลุ่มออมทรัพย์ หนี้บัตรเครดิต ฯลฯ

ldquo;สมัชชาประชาชนrdquo; การเมืองบนฐานที่ประชาชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมทำ ในการกำหนดทิศทางของประเทศไทย

ปัญหางูกินหางกรณีผู้ว่า สตง. เป็นเพราะองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่รับผิดชอบบทบาทหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด

ผมเห็นว่าปัญหาที่จบไม่ลงในกรณีการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)นั้นต้นเหตุสำคัญอาจมาจากการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไม่ทำบทบาทหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดตั้งแต่แรกเริ่มจึงส่งให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาเป็นลูกโซ่และทำให้ผู้รับผิดชอบในขั้นสูงขึ้นไปต้องพลอยรับร่างแหและความเดือนร้อนตามมาอย่างไม่มีจบสิ้น ไม่ว่าจะเป็น



ดร.เกรียงศักดิ์ ตัดสินใจโค้งสุดท้าย บอกลา ปชป. เปิดใจไม่เชื่อมั่นในหัวหน้าพรรคขาดธรรมาภิบาลในการบริหาร หลังโดนป้ายสีแต่กลับเชื่อข้อกล่าวหาโดยไม่ตรวจสอบ ตัดสินไม่เป็นธรรม ทำให้ไม่สามารถทำงานกับพรรคต่อไปได้ เตือนสติหากหัวหน้าพรรคไม่บริหารอย่างมีธรรมาภิบาล จะบริหารประเทศให้ดีไม่ได้ ย้ำยังทำงานเพื่อประชาชน ยืนยันไม่ลงสมัคร ส.ส.รอบนี้

"วิป" เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยในการเมืองการปกครองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องมีการแต่งตั้งประธานวิปรัฐบาลและประธานวิปฝ่ายค้าน คำว่า "วิป" (whip) ซึ่งหากแปลตามตัวอักษรว่า หวด, เฆี่ยน, โบย, ลงแส้, ฝึกอย่างเข้มงวด ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามาเกี่ยวข้องกับคำทางการเมืองได้อย่างไร

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เพื่อน ๆ คงได้รับทราบเกี่ยวกับข่าวการเคลื่อนไหวของสมัชชาคนจน ที่เข้ามาชุมนุมอยู่หน้ารัฐสภา ระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค.48 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมประกอบด้วย 7 เครือข่าย คือ 1.ปัญหาอันเนื่องมาจากการสร้างเขื่อน 2.กรณีพิพาทกับรัฐเรื่องที่ดินสาธารณะ 3.สลัม 4.ประมงเพื่อนบ้าน 5.ผู้ป่วยจากมลพิษในการทำงาน 6.กรณีป่าไม้ประกาศเขตอุทยาน 7.เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก โดยสมัชชาคนจนจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการภาคประชาชน ตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความยากจน และเรียกร้องให้รัฐบาลนำปัญหาของ 7 เครือข่าย ไปแถลงเป็นนโยบายของรัฐบาล

ในปี 2549 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นใหม่ในหลายเรื่อง โดยมีวาระที่มีความสำคัญทั้งในการเมืองระดับประเทศ และการเมืองระดับท้องถิ่น ได้แก่

เรื่องแรก การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) วันที่ 19 เม.ย. 2549

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันถือได้ว่าอยู่ในช่วงที่วิกฤตมากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลทักษิณบริหารประเทศมา 5 ปีเศษ หลาย ๆ ท่านอาจจะรู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่อาจจะทรุดตัวลง หรือกลัวว่าจะเกิดความรุนแรงจนทำให้เกิดเสียเลือดเนื้ออันเกิดจากการชุมนุมประท้วง และเกิดคำถามว่าเหตุใดภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่รัฐบาลมาจากการเลือกของคน 19 ล้านเสียง กำลังถูกประชาชนกลุ่มหนึ่งขับไล่และเรียกร้องให้ผู้นำประเทศลาออก แล้วอย่างนี้ เราจะปกครองภายใต้กติกาในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร