ขึ้น ?ค่าโดยสารรถประจำทาง? อย่างไรให้โปร่งใสและเป็นธรรม

จากมติของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่อนุมัติให้รถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ขสมก. และรถร่วมบริการ บขส.ปรับขึ้นค่าโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประกอบการได้อ้างถึงต้นทุนที่สูงขึ้นจากการราคาน้ำมันดีเซล ได้มีกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยออกมาฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้ระงับมติในการขึ้นค่าโดยสารดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อประชาชน ทั้งในเรื่องสัดส่วนต้นทุนค่าน้ำมันสูงเกินจริง รวมทั้งคุณภาพและบริการของรถโดยสารที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

ในการขอปรับขึ้นราคาของผู้ประกอบการนั้นผมเข้าใจว่าหากไม่สุดวิสัยจริง ๆ แล้ว ผู้ประกอบการคงพยายามที่จะตรึงราคาดังกล่าวไว้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรทำความเข้าใจว่าในการปรับราคาค่าโดยสารแต่ละครั้งนั้นมีประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเดือนร้อน

ดังนั้น ผมจึงขอเสนอว่า ในการปรับราคาค่าโดยสารแต่ละครั้งนั้นรัฐบาลจึงควรดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม สามารถชี้แจงประชาชนอย่างเป็นเหตุเป็นผลได้อย่างชัดเจน โดยเริ่มจาก

มีตารางแสดงกฎกติกากลางในการปรับราคาค่าโดยสารอย่างชัดเจนและเป็นธรรม
ที่ผ่านมาในการปรับราคาแต่ละครั้งมักมาจากกลุ่มผู้ประกอบการรวมตัวกดดันรัฐ โดยใช้การนัดหยุดเดินรถมาเป็นข้อต่อรองสำคัญ การปรับราคาจึงไม่ได้มาจากกฎกติกาที่สาธารณะชนยอมรับแต่เป็นภาวะจำยอม ดังนั้น รัฐบาลควรกำหนดกฎกติกาเงื่อนไขในการปรับราคาค่าโดยสารอย่างชัดเจนให้เป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วไป ทั้งเงื่อนไขในการปรับราคาขึ้นและปรับราคาลงหากน้ำมันมีราคาลดลง การศึกษาสัดส่วนต้นทุนด้านน้ำมันที่แท้จริงของผู้ประกอบการเพื่อไม่ให้ขอขึ้นราคาสูงเกินจริง บังคับให้รถที่ใช้พลังงานทดแทนเช่นก๊าซ LPGหรือ NGV ไม่ให้ฉวยโอกาสลักไก่ขึ้นราคาตามเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ

ให้ภาคประชาชนมีส่วนรวมในการปรับค่าโดยสารแต่ละครั้ง
โดยให้มีตัวแทนของภาคประชาชน องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ ในคณะกรรมการการขนส่งทางบกกลางที่มีอำนาจในการตัดสินใจปรับราคาค่าโดยสารรถประจำทางในแต่ละครั้งรวมทั้งการควบคุมคุณภาพและบริการ

ควบคุมคุณภาพและบริการโดยการคุมเข้มสัมปทาน
กำหนดเงื่อนไขอย่างชัดเจนในเรื่องคุณภาพและบริการของรถที่มาร่วมสัมปทาน โดยมีบทลงโทษหากฝ่าฝืนและมีการควบคุมอย่างจริงจังในรถที่เข้าร่วมสัมปทานไม่ปล่อยให้มีระบบผูกขาดเจ้าเดียว

ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง
รัฐควรตั้งเป้าในการปรับเปลี่ยนให้รถโดยสารหันมาใช้พลังงาน อาทิ ก๊าซ NGVหรือ ไบโอดีเซล อย่างจริงจัง กำหนดเป้าหมายจำนวนรถที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนในแต่ละปีอย่างชัดเจน โดยมีการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่นการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ การลดภาษีให้กับผู้ประกอบการรถร่วมที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนเป็นต้น

ความไม่ลงรอยระหว่างผู้ประกอบการรถโดยสารและประชาชน รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศ ควรทำอย่างสุดกำลังความสามารถในการหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น มิใช่ปล่อยให้วัฏจักรแห่งปัญหานี้วนซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยไป โดยไม่คิดหาวิธีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหานี้ให้ลุล่วงไปแต่อย่างใด

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2007-10-19