สรรหา กกต.ชุดใหม่ ควรยึดประโยชน์ชาติ

เรียนมิตรสหายที่เคารพรัก

ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วว่า การพ้นสภาพของ กกต. ชุดนี้เป็นเพียงการคลี่คลายลงของหนึ่งปัญหาในบรรดาอีกหลายปัญหาทางการเมืองที่ยังรอการแก้ไข เรื่องที่ต้องพิจารณาต่อเนื่องจากการพ้นสภาพของ กกต. ชุดปัจจุบันคือ การสรรหา กกต. ชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่จัดการการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคมที่จะถึงนี้

ประเด็นที่เป็นความคาดหวังของสังคมคือ การได้มาซึ่ง กกต. ชุดใหม่ที่มีความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม เห็นแก่ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของ กกต. ชุดปัจจุบันนั้นส่อไปในทางที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าผลประโยชน์ชาติ เห็นได้จากส่วนหนึ่งของการพิเคราะห์ที่ศาลอาญาไม่ให้ประกันตัว กกต. ทั้งสามคนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่า ldquo;hellip;การที่จำเลยทั้งสามยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปโดยไม่ไยดีต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ส.. ที่ผ่านมา และไม่ตระหนักถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า จึงส่อพิรุธและชี้ให้เห็นว่า จำเลยทั้งสามเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ชาติhellip; rdquo;

การสรรหา กกต. ชุดใหม่ จึงถือว่าเป็นงานที่ต้องมีความรอบคอบ เน้นการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม เห็นแก่ประโยชน์ของชาติ โดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์ต่างตอบแทนส่วนตัว

หากแต่สิ่งที่ต้องจับตามองคือ ขณะนี้มีข่าวว่ามีคนบางกลุ่มพยายามล็อบบี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการสรรหา เพื่อให้ตนได้เป็น กกต. รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่า แม้ว่า กกต.ชุดนี้จะลาออก ก็ไม่มีผลต่อการคลี่คลายปัญหา เนื่องจากได้มีการวางเครือข่ายของตนไว้ตามจังหวัดต่าง ๆ แล้ว ซึ่งอาจเป็นการสร้างข้อกังขาใหม่ต่อความโปร่งใส เที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้งต่อไป

สิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ ขอให้คนที่พยายามหาทางเข้ามาเป็น กกต. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง พวกพ้อง โดยไม่ได้เห็นแก่ผลประโยชน์ชาติให้หยุดการกระทำนั้นเสีย เพราะอย่างไรก็ตามศาลยังต้องเลือกโดยคำนึงถึงคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความเข้าใจในระบบการทำงานของ กกต. รวมถึงบุคคลที่มีประวัติ ดีมีใจปรารถนาทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งหลายฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่า ศาลฎีกาจะทำหน้าที่นี้ได้อย่างดี เพราะที่ผ่านมาศาลฎีกาได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการทำตามพระราชกระแสรับสั่งของในหลวง ที่ย้ำเตือนให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตน

ในส่วนของการป้องกันปัญหาในระยะยาวนั้น ผมเห็นว่า ควรมีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง เพื่อทบทวนอำนาจหน้าที่ รวมถึงการหาแนวทางหรือกลไกตรวจสอบประวัติ และการทำงานขององค์กรอิสระให้มีความโปร่งใส มีการถ่วงดุลอำนาจ และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากขึ้น เพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ชาติ เข้ามาแทรกแซง และใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือของในการสร้างความชอบธรรมในการก้าวเข้าสู่อำนาจดังที่ผ่านมา

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2006-07-29