รถไฟฟ้า 15 บาทตลอดสาย..ของดีราคาถูก?

เรียนมิตรสหายที่เคารพรัก

จากการที่รัฐบาลรักษาการได้ยืนยันว่า รัฐบาลมีนโยบายจะก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย และจะสามารถเก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสายได้อย่างแน่นอน โดยรัฐบาลมีแผนจะกู้เงินจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) 6 แสนล้านบาทเพื่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย และจะผ่อนชำระคืนหนี้เป็นเวลา 30 ปี ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยในช่วง 7 ปีแรกจะได้รับการยกเว้นการชำระเงินต้น ทั้งนี้รัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดแล้วให้เอกชนเข้ามาบริหารการเดินรถ
นโยบายดังกล่าวอาจจะได้รับการตอบรับจากคนไทย เพราะนิสัยคนไทยชอบของดีราคาถูก แต่อีกด้านหนึ่ง มีผู้ที่ตั้ง
ข้อสงสัยว่า นโยบายดังกล่าวจะทำได้จริงหรือไม่?

ซึ่งผมมีประเด็นคำถามย่อยในการพิจารณาความเป็นไปได้ของนโยบายนี้ 2 คำถาม คือ

คำถามแรก ค่าโดยสาร 15 บาทจะทำให้โครงการมีรายได้เพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่?

เมื่อพิจารณาด้านรายจ่ายชำระหนี้ รัฐต้องใช้คืนเงินต้นปีละ 20,000 ล้านบาท นับตั้งแต่ปีที่ 7 เป็นต้นไป รวมเวลา 30 ปี และมีภาระการชำระดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยปีละ 2,325 ล้านบาท (คำนวณภาระดอกเบี้ยลดลงตามจำนวนเงินต้น) แสดงว่าโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 10 สายมีรายจ่ายชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันเฉลี่ย 22,325 ล้านบาทต่อปี ด้านรายจ่ายในการบริหารการเดินรถ รถไฟฟ้าทั้ง 10 สายมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 361 กิโลเมตร และหากสมมติให้ค่าใช้จ่ายของรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย เท่ากับรถไฟฟ้าบีทีเอสซึ่งอยู่ที่ประมาณ 55 ล้านบาทต่อกิโลเมตรต่อปี แสดงว่ารายจ่ายในการเดินรถไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ 19,855 ล้านบาทต่อปี รวมรายจ่ายทั้งสองประเภทมีมูลค่าเท่ากับ 42,180 ล้านบาทต่อปี พิจารณาทางด้านรายได้ กรณีที่รัฐบาลเก็บค่าโดยสาร 15 บาทต่อเที่ยว และมีตัวเลขประมาณการผู้โดยสารรถไฟฟ้าทั้ง 10 สาย ในปี 2553 ประมาณ 4 ล้านเที่ยวต่อวัน แสดงว่ารถไฟฟ้าจะมีรายได้ประมาณ 60 ล้านบาทต่อวันหรือ 21,900 ล้านบาทต่อปี

ดังนั้นคำตอบของคำถามแรกคือ รายได้จากการเก็บค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการเดินรถและการใช้หนี้

คำถามต่อมา แล้วทำอย่างไรจึงจะมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย?

วิธีการแรก หากรัฐบาลยังคงเก็บ 15 บาทตลอดสาย แล้วต้องการให้มีรายได้ถึง 42,180 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอสำหรับการจ่ายหนี้และจ่ายค่าบริหารการเดินรถ จะต้องทำให้มีผู้โดยสารถึง 7.7 ล้านเที่ยวต่อวัน สูงกว่าตัวเลขประมาณการเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในระยะสั้น-กลาง

วิธีที่สอง หากรัฐบาลลอยตัวค่าโดยสารรถไฟฟ้า รัฐบาลจะต้องตั้งค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ 29 บาทตลอดสาย จึงจะมีรายได้พอดีกับรายจ่าย ซึ่งรัฐบาลชุดนี้คงไม่เลือกทำวิธีนี้

จึงมาสู่วิธีการที่สาม คือการที่รัฐอุดหนุนค่ารถไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลมีภาระที่จะต้องจัดงบประมาณหรือหาช่องทางเก็บภาษีเพิ่มขึ้นถึงปีละ 20,280 ล้านบาท เพื่อทำให้โครงการรถไฟฟ้าดำเนินต่อไปได้โดยไม่ขาดทุน

แต่หากรัฐบาลเลือกวิธีการอุดหนุน จะยังมีคำถามตามมาอีกหลายคำถาม อาทิ

- รัฐควรอุดหนุนเท่าไร?

- หางบประมาณจากไหน?

- ควรเก็บต้นทุนจากใคร?

- เก็บเท่าไร?

- เก็บอย่างไร?

ฯลฯ

ผมยังไม่อาจตอบคำถามเหล่านี้ได้ เพราะเป็นประเด็นที่จำเป็นต้องมีการถกเถียงในเชิงหลักการ และยังต้องศึกษาเกี่ยวกับผลประโยชน์และผลกระทบอย่างรอบด้านต่อไป

และผมคาดว่ารัฐบาลอาจจะยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ทั้งหมดเช่นกัน เพราะรัฐบาลยังไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดของนโยบายนี้ แต่กลับประกาศนโยบายนี้ออกไปแล้ว

ขณะที่ผลการศึกษาเบื้องต้นของการเก็บค่าโดยสาร 15 บาท น่าจะเป็นเพียงการศึกษาว่าการเก็บ 15 บาทเป็นไปได้หรือไม่ แต่อาจไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบของนโยบายนี้อย่างรอบด้านจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปที่ผมได้รับจากการวิเคราะห์นโยบายนี้อย่างแน่นอน คือ ldquo;ไม่มีของดีราคาถูกrdquo;

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2006-09-03