คลองใสต้องบำบัด ไม่ใช่ผลักน้ำเสีย

* ที่มาของภาพ -http://www.lpnrights.org/admin/file_ar/29.jpg
โครงการ 10 คลองใส แก้ปัญหาน้ำในลำคลองเน่าเสีย นับเป็นโครงการหนึ่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ กทม.มักนำมากล่าวถึง หากมองเพียงผิวเผินถึงความตั้งใจของ กทม.ในการจัดการปัญหาน้ำในคลองเน่าเสีย แม้จะนำร่องเริ่มต้นเพียงคลอง 10 สาย ถึงกระนั้น หากมองลึกลงไปในวิธีการแล้ว กทม.ได้ใช้วิธีผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่คลอง เก็บขยะ ลอกคูคลองเปิดทางน้ำ หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าเป็นการระบายน้ำดีเข้ามาไล่น้ำเสียออกจากคลอง ทำให้คลองไม่ดำขังเน่าเหม็น
ทว่า...น้ำในคลองเหล่านี้ ไม่เพียง 10 คลองนำร่องแต่รวมถึงคลองอื่น ๆ ด้วยนั้น คลองหลายสายไม่ได้รับการบำบัดก่อนแต่อย่างใด ตั้งแต่ต้นทาง น้ำเสียยังคงถูกทิ้งลงในคลอง และไหลมาเรื่อย ๆจนถึงปลายทาง น้ำในคลองหลายสายไม่ได้รับการบำบัดอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับถูกปล่อยลงทะเลไป โดยเฉพาะในเขตบางขุนเทียน และสมุทรปราการ ปัจจุบันได้กลายเป็นเหมือนแหล่งรองรับน้ำเสียจากคลองหลายสาย
ทีมงานของผมได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพจริงพบว่า ปัจจุบันมีประตูระบายน้ำ 6 แห่งตลอดคลองสนามชัย ทำหน้าที่ระบายน้ำเสียลงทะเล ซึ่งในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุน น้ำระบายออกไม่ได้จะส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง และเมื่อน้ำทะเลลง น้ำเสียเหล่านี้จึงไหลลงทะเลไป โดยไม่มีใครรู้ว่ามีสารปนเปื้อนอะไรบ้างในทะเลกรุงเทพฯ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่ กทม.ได้กำหนดไว้
ที่น่าตกใจกว่านั้น ทางเขตกำลังเร่งสร้างประตูระบายน้ำแห่งใหม่ขึ้นอีก 3 แห่ง แห่งหนึ่งตรงบริเวณสะพานขุนราชพินิจ เพื่อเป็นทางระบายน้ำเสียในปริมาณที่มากขึ้นลงทะเลกรุงเทพฯ ซึ่งหากประตูระบายน้ำแห่งนี้เปิดดำเนินการ ชาวบ้านที่ทำประมง เลี้ยงกุ้งบริเวณนั้นจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่คนในพื้นที่แต่พวกเราทุกคนย่อมมีโอกาสได้รับผลกระทบทางอ้อม จากอาหารทะเลที่ปนเปื้อน เมื่อรับประทานเข้าไปสะสมจะเกิดโรคร้ายแรงที่อาจหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ อีกทั้งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ในที่สุดอาชีพของชาวบ้านที่ดำรงมายาวนานจะต้องยุติลง
ผมคิดว่า โครงการคลองใสของ กทม. จะไม่มีสาระสำคัญใด ๆ เลยในเชิงการรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นเพียงการสร้างฉากบังตาประชาชนเท่านั้น หาก กทม.ไม่ ldquo;ลงมือrdquo; ในการจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ และดำเนินการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยหัวใจปรารถนารักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2008-04-22