ศูนย์เฝ้าระวังภัยชุมชน...ของชุมชน เพื่อชุมชน

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในความสนใจมาอย่างต่อเนื่องยาวนานคือ ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครฯ ได้ใช้วิธีการหลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เช่น การติดตั้งหลอดไฟ บริเวณถนน ตรอก ซอย พื้นที่สาธารณะทุกเส้นทางเดิน การจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจให้เป็นสายตรวจชุมชน ทำหน้าที่ตรวจความเรียบร้อยภายในชุมชนทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน การติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่สำคัญ ๆ ในเขตตัวเมืองชั้นในและที่สาธารณะที่คนพลุกพล่าน หรือโครงการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ตาม แม้โครงการเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ยังเป็นโครงการในลักษณะที่ภาครัฐเป็นผู้จัดการดูแลและดำเนินการเองเสียเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่ขาดหายไปคือมิติของการมีส่วนร่วมของประชาชน และการให้ประชาชนมีบทบาทในการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครอย่างเท่าเทียมกัน
แนวคิดเรื่องการที่ภาครัฐทำงานร่วมกับชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลความปลอดภัยในชุมชนนี้ ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยการจัดให้มี ldquo;อาสาสมัครลาดตระเวนชุมชนrdquo; ช่วยทำหน้าที่สอดส่องดูแลความปลอดภัยในเขตพื้นที่ชุมชนของตนเอง การให้ประชาชนร่วมสำรวจพื้นที่เสี่ยงในชุมชน และการให้ความรู้กับกลุ่มผู้นำชุมชนเพื่อการระวังภัยในพื้นที่ ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีผลทำให้อัตราการเกิดอาชญากรรมในเมืองโตเกียวลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี แนวทางนี้นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญของการนำเอาทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งที่ทางกรุงเทพมหานครควรริเริ่มใช้ ไม่เพียงเพื่อการแก้ไขปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในชุมชน แต่ยังช่วยในการป้องกันระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ นั่นคือ การจัดตั้ง ldquo;ศูนย์เฝ้าระวังภัยชุมชนrdquo; ตามชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกชุมชนทั้ง 50 เขต
ศูนย์เฝ้าระวังภัยชุมชนเหล่านี้ประกอบด้วยอาสาสมัครจำนวนหนึ่งที่ชุมชนเป็นผู้คัดเลือกกันเอง โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนหรือกรรมการชุมชนก็ได้ มาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจตราพื้นที่ในขอบเขตของชุมชนเป็นระยะ ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ว่ามีจุดใดที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมหรืออัคคีภัย เพื่อทำหน้าที่ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครมาแก้ไข
นอกจากนี้ ศูนย์เฝ้าระวังฯ ยังมีหน้าที่ให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับความปลอดภัยในพื้นที่ และทำการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไข เช่น สถานีดับเพลิง ศูนย์อนามัย ตำรวจ สมาชิกสภาเขต ฯลฯ นอกจากนี้ ศูนย์เฝ้าระวังยังสามารถทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเรื่องความปลอดภัย อาชญากรรม ภัยพิบัติ โรคระบาดต่าง ๆ เพื่อให้คนในชุมชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้ทันเหตุการณ์ และปรับตัวเตรียมความพร้อมได้ทันท่วงที ยิ่งกว่านั้น ศูนย์เฝ้าระวังยังสามารถจัดอบรมให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องที่เป็นปัญหาในพื้นที่นั้น ๆ หรือปัญหาเร่งด่วน เช่น วิธีการป้องกันการเกิดอัคคีภัยในชุมชน การป้องกันตนเองจากโรคระบาดในช่วงฤดูต่าง ๆ ฯลฯ
ในส่วนของงบประมาณดำเนินการนั้น ทาง กรุงเทพมหานครสามารถจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับอาสาสมัครของศูนย์ฯ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และการฝึกอบรม แต่ทางกรุงเทพมหานครควรจะให้ชุมชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของด้วยโดยการระดมทุนสมทบบางส่วนจากคนในชุมชน เช่น การบริจาคเงินเป็นค่าอาหารและน้ำสำหรับอาสาสมัคร หรือใช้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน แต่หากทางกรุงเทพมหานครจะประสานงานกับธุรกิจเอกชน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ให้เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนการทำงานก็สามารถทำได้เช่นกัน
การทำงานในลักษณะของการเชื่อมประสานระหว่างกรุงเทพมหานคร ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีดับเพลิง อาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน สำนักงานเขต องค์กรพัฒนาเอกชน วิทยุชุมชน ฯลฯ จะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลปัญหาในชุมชนของตนเองในลักษณะโครงการที่ทำโดยชุมชน ชุมชนเป็นเจ้าของ และเพื่อคนในชุมชนอย่างแท้จริง
กล่าวโดยสรุปก็คือ แนวทางดังกล่าวน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแบบมีส่วนร่วม บนพื้นฐานความคิดที่ว่า การมุ่งพัฒนาให้ประชาชนมีจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องความปลอดภัยแลการดูแลตนเองนั้น ควรใช้กลไกของภาครัฐควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมนั้น ซึ่งจะเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนมากกว่าการเลือกใช้เพียงแค่วิธีการใดวิธีการหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2008-04-06