กระจายเบี้ยยังชีพคนชราอย่างไรให้ทั่วถึงและเป็นธรรม

* ที่มาของภาพ - http://www.winbookclub.com/boardimage/q_16557.jpg
เบี้ยยังชีพคนชราเป็นบริการสวัสดิการสังคมประเภทหนึ่งที่รัฐบาลจัดสรรให้กับคนชราอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปที่มีฐานะยากจนในรูปของตัวเงินที่สามารถนำไปใช้ได้เลย โดยรัฐบาลชุดที่ผ่านมามีมติเห็นชอบให้ปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากเดิมรายละ 300 บาท เป็น 500 บาท ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กระจายลงสู่องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลทั่วประเทศรวมทั้งกรุงเทพมหานครให้เป็นผู้บริหารจัดการเบี้ยยังชีพนี้แทนระบบราชการเดิมซึ่งมีกรมพัฒนาสังคมและบริการ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพหลัก
อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาวิจัยรวมทั้งจากการร้องเรียนของผู้สูงอายุจำนวนมาก ทั้งในส่วนพื้นที่ของกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ พบว่าปัญหาสำคัญที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ ความไม่เป็นธรรมในการคัดเลือกผู้ที่ได้รับสิทธิในเบี้ยยังชีพความล่าช้าในการรับเงินหรือไม่ได้รับเงินเลย ผู้สูงอายุบางคนเสียชีวิตมา 4 ปีแล้วแต่รายชื่อในบัญชียังคงมีอยู่และมีคนมารับเงินให้ทุกครั้ง การถูกหักเงินค่าหัวคิวจากประธานชุมชนโดยอ้างว่าเป็นค่าอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยในการเบิกจ่ายเงินจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่ต้องเบิกจ่ายเป็นเงินสดถือเข้ามาในชุมชน ฯลฯ ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายอันได้แก่ผู้สูงอายุที่ยากจนจริง ๆ นั้นไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงเต็มที่ในเม็ดเงินที่กระจายลงไป อีกทั้งกลับกลายเป็นช่องทางการเมืองให้ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นใช้เบี้ยยังชีพนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างฐานเสียงความนิยมให้กับตนเอง รวมทั้งเปิดช่องให้เกิดการคอร์รัปชั่นในเงินจำนวนนี้อย่างมโหฬาร
ดังนั้น เพื่อให้การจ่ายเบี้ยยังชีพคนชราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างแท้จริง ผมเสนอว่ากทม.รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ควรบริหารเงินจำนวนนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยเน้นการกระจายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เริ่มจาก
การจัดทำเกณฑ์การคัดเลือกสิทธิ์ที่ชัดเจน ไม่อิงการประเมินโดยใช้เพียงวิจารณญาณส่วนตัวหรือเฉพาะกลุ่ม แต่ควรมีการสร้างเกณฑ์มาตรฐานกลางสำหรับคุณสมบัติผู้สูงอายุที่ควรได้รับสิทธิ์นี้ โดยอาจมีการตั้งคณะกรรมการร่วมฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวแทนผู้สูงอายุ ชุมชน นักกฎหมาย นักสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ เข้าร่วมในการสร้างเกณฑ์มาตรฐานกลาง และกำหนดเป็นเกณฑ์การคัดเลือกที่ยุติธรรมสำหรับผู้สูงอายุทุกคน

โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแทนการรับเงินสด

เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับเงินตรงเวลาไม่สูญหายตกหล่น เสนอว่าน่าจะใช้ระบบการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แทนการให้เจ้าหน้าที่รัฐมอบเงินให้กับผู้สูงอายุในชุมชนโดยตรง หรือผ่านตัวกลางซึ่งอาจเปิดช่องต่อการทุจริตได้ และในกรณีที่ผู้สูงอายุคนใดไม่สะดวกในการเดินทางไปเบิกเงินจากธนาคาร จะต้องทำเรื่องมอบฉันทะตั้งแต่ตอนขึ้นทะเบียนว่าจะส่งผู้ใดมารับเงินแทน
ถึงแม้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอาจเป็นเงินเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่สูงในปัจจุบัน แต่เงินจำนวนนี้ยังคงจำเป็นในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น เราจึงควรสร้างระบบที่ดีในการกระจายเบี้ยยังชีพคนชราอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อป้องกันกลุ่มนักฉวยโอกาสที่หาประโยชน์จากผู้อ่อนแอกว่าที่มีอยู่มากมายในสังคม
0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2008-03-31