เก็บภาษีบาปอุดหนุน TPBS เหมาะสมหรือไม่

* ที่มาของภาพ - http://www.newspnn.com/upfiles/cp_n2_28082007_02.jpg
การปฏิรูปสื่อของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง เมื่อประเทศไทยมีองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกว่า Thai Public Broadcasting Service (TPBS) เป็นครั้งแรก วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง TPBS คือ เพื่อให้ประเทศไทยมีสื่อมวลชนที่เป็นอิสระ ปราศจากการครอบงำโดยรัฐบาล และการแทรกแซงจากกลุ่มนายทุน รวมถึงการผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพสูง
รูปแบบรายการในทีวีสาธารณะ คือ ไม่มีโฆษณา มีอิสระในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริง โดยพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ที่ระบุให้ TPBS มีรายได้ส่วนหนึ่งมาจากภาษีสุรา และยาสูบ หรือที่เรียกว่า ldquo;ภาษีบาปrdquo; ในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่เก็บได้ และกำหนดเพดานรายได้สูงสุดไม่เกินสองพันล้านบาทในแต่ละปีงบประมาณ
จากแนวทางดังกล่าว จึงทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดรายได้ของ TPBS จึงต้องมาจากภาษีบาป รายได้ของ TPBS ควรมาจากแหล่งอื่น ๆ อีกหรือไม่ เพื่อ TPBS มีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินงานและพัฒนาคุณภาพรายการให้สามารถแข่งขันกับโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ ได้
หากพิจารณาในประเด็นที่ว่า เงินบำรุงองค์การของ TBPS ต้องมาจากภาษีบาปเท่านั้นหรือไม่ ผมเห็นว่างบประมาณที่สนับสนุนให้เกิดทีวีสาธารณะไม่จำเป็นต้องมาจากภาษีบาปเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะมาจากภาษีประเภทใดก็ได้ เพราะเป็นงบประมาณที่เก็บจากประชาชนเหมือนกัน หรือเรียกว่าเป็นกระเป๋าเดียวกัน
แต่หากวิเคราะห์ถึงหลักเหตุผลของการใช้จ่ายเงินรายได้จากภาษีเหล้าและบุหรี่ แท้ที่จริงควรจะนำไปใช้ในการรณรงค์เพื่อลดการบริโภคสินค้าบาป และชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สินค้าดังกล่าวจึงจะเหมาะสมและตรงจุดมากกว่า
ส่วนงบประมาณที่ควรนำมาสนับสนุนโทรทัศน์สาธารณะ ควรมาจากภาษีที่เก็บจากธุรกิจโทรทัศน์เชิงพาณิชย์ เพราะการผลิตรายการจากทีวีช่องต่าง ๆ อาจสร้างผลกระทบด้านลบต่อสังคม ฉะนั้น จึงควรนำรายได้จากภาษีดังกล่าวมาอุดหนุน TPBS ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตรายการทีวีสร้างผลกระทบทางบวกให้กับสังคม (ซึ่งมักจะเป็นรายการที่มีต้นทุนสูงแต่ขาดการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาษีจากธุรกิจโทรทัศน์ยังไม่มีการแยกออกมาอย่างชัดเจน แต่รวมอยู่ในภาษีนิติบุคคล จึงไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าภาษีประเภทนี้มีจำนวนเท่าไร แต่คาดว่ารายได้จากประเภทภาษีนี้ คงไม่มากพอสำหรับการดำเนินงานของ TPBS จึงจำเป็นจะต้องอุดหนุนด้วยภาษีหรือรายได้จากส่วนอื่น ๆ ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น พ.ร.บ.ยังกำหนดเพดานรายได้จากภาษีไว้ที่สองพันล้านบาท จำนวนดังกล่าวอาจเพียงพอต่อการผลิตรายการโทรทัศน์ในเวลานี้ แต่อาจไม่สอดคล้องกับธุรกิจโทรทัศน์ที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ผมเห็นว่า TPBS ควรเน้นการหารายได้ตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงฯ ม.11 (6) คือ การหารายได้และหาประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กร อาทิ การขายภาพข่าว การนำรายการออกไปขายลิขสิทธิ์ให้กับสื่อทั้งในและต่างประเทศได้ การผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (DVD หรือ VCD) ออกจำหน่ายได้ ฯลฯ เพราะการพึ่งพารายได้จากภาษีจะเป็นภาระต่องบประมาณมากเกินไป
แนวทางดังกล่าว นอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ TPBS แล้ว ยังทำให้ผู้ผลิตมีแรงจูงใจในการผลิตรายการให้มีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้ง เป็นแนวทางที่ไม่ขัดกับเจตนารมณ์ที่ไม่ต้องการให้ TPBS มีโฆษณาอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีคลังในการพิจารณาเพิ่มงบประมาณสูงสุด เพื่อให้ TPBS ให้เพียงพอสำหรับการดำเนินงานการตามวัตถุประสงค์ โดยให้พิจารณาถึงอัตราเงินเฟ้อ ขอบเขตการดำเนินงานขององค์การ และผลการประเมินการดำเนินงานนั้น อาจเป็นช่องทางให้ฝ่ายการเมืองอ้างดุลพินิจเพื่อเข้ามาแทรกแซง TPBS ได้ในอนาคต โดยการจำกัดงบประมาณที่ให้แก่องค์กร
ที่ผ่านมา กฎหมายองค์กรอิสระหลายแห่งให้อำนาจรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอสำหรับการดำเนินการ ทำให้องค์กรอิสระถูกจำกัดบทบาทลงเนื่องจากงบประมาณในการดำเนินการมีอย่างจำกัด ดังตัวอย่างของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และองค์กรอื่นที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
ถึงแม้ว่ากฎหมายระบุให้จัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อ แต่อัตราเงินเฟ้อเป็นค่าเฉลี่ยของระดับราคาสินค้าที่ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอย อาจไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงต้นทุนที่แท้จริงของการผลิตรายการโทรทัศน์ ดังนั้น ผมเห็นว่า การเพิ่มงบประมาณอุดหนุน TPBS ควรอ้างอิงตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตของกลุ่มธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ น่าจะสะท้อนการเปลี่ยนของต้นทุนการผลิตรายการได้ดีกว่าอัตราเงินเฟ้อ
รายได้ของ TPBS เป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้ TPBS สามารถผลิตรายการที่มีคุณภาพได้ แต่การมีรายได้เพียงพอไม่ได้เป็นหลักประกันว่า รายการที่ผลิตออกมาจะมีคุณภาพ การสร้างกลไกการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การสร้างบรรยากาศให้เกิดการแข่งขัน และการให้ผลตอบแทนที่สอดคล้องกับคุณภาพของรายการ จะต้องเกิดควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ TPBS ไม่กลายเป็นองค์กร ldquo;เสือนอนกินrdquo;
* นำมาจากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ฉบับวันศุกร์ที่14 มีนาคม 2551

แสดงความคิดเห็น
0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2008-03-17