นำเข้าคณาจารย์ต่างชาติ

ผู้ที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์หรือนักวิชาการในมหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถระดับสูง ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มเปิดการรับนักศึกษามากขึ้น แต่พบว่ามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งประสบปัญหาการขาดอาจารย์และนักวิชาการที่มีคุณภาพสูง หรือมีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอก ต่างพยายามหาทางออกโดยการดึงอาจารย์และนักวิชาการพิเศษจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาสอนและทำวิจัย โดยแนวโน้มหนึ่งคือการนำเข้าอาจารย์และนักวิชาการจากต่างประเทศ

สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ข้อมูลจากนิตยสารไทม์ไฮเออร์ 15 มิถุนายน 2550พบว่า ปัจจุบันจำนวน 1 ใน 3 ของอาจารย์ในบางสาขาวิชาเป็นชาวต่างชาติ หลายมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรรับอาจารย์ต่างชาติเข้ามา เพื่อทดแทนนักวิจัยและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่มีเหลือไม่มาก องค์การสถิติด้านการอุดมศึกษา (Higher Education Statistics Agency: HESA) สหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่า จำนวนอาจารย์และนักวิชาการชาวต่างชาติในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าอัตราส่วนของอาจารย์และนักวิชาการชาวต่างชาติจะเพิ่มไปอยู่ที่ร้อยละ 25 ในอีก 6 ปี และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ในอีก 20 ปี หากดูจำนวนอาจารย์และนักวิชาการชาวต่างชาติแต่ละสาขาวิชา ในปัจจุบัน พบว่า ในสาขาวิศวกรรมการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์มีประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 34 สาขาฟิสิกส์ ร้อยละ 31 สาขาคณิตศาสตร์ร้อยละ 30 สาขาสังคมศาสตร์ สาขาเวชศาสตร์คลินิก (clinical medicine) และสาขาไอทีมีประมาณ 1 ใน 4 ของจำนวนอาจารย์และนักวิชาการในสหราชอาณาจักร
ผลการวิจัยจากสถาบัน Institute for Employment Studies (IES) ประเทศอังกฤษ พบว่า อาจารย์และนักวิชาการชาวต่างชาติกำลังเข้ามาอุดช่องว่างอุปทานของอาจารย์และนักวิชาการในสหราชอาณาจักร ลินดา มิลเลอร์ (Linda Miller) นักวิจัยอาวุโสสถาบัน IES กล่าวว่า ในบางสาขาวิชาไม่จูงใจให้นักศึกษาปริญญาเอกในสหราชอาณาจักรเข้ามาเรียน จึงทำให้สหราชอาณาจักรมีจำนวนอาจารย์และนักวิชาการในบางสาขาวิชาน้อยลง เกิดช่องว่างของอุปทานอาจารย์และนักวิชาการใหม่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งช่องว่างนี้ต้องทดแทนด้วยการนำเข้าอาจารย์และนักวิชาการจากต่างประเทศ ศาสตราจารย์ไคลฟ์ เฟรเซอร์ (Clive Fraser) กล่าวว่า ในมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ (Leicester University) ประเทศอังกฤษ ได้พยายามที่จะหาอาจารย์และนักวิชาการที่มีคุณภาพในสหราชอาณาจักร แต่มีไม่พอกับความต้องการ
ในอนาคต มหาวิทยาลัยไทยอาจมีลักษณะเดียวกันกับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร เนื่องจากมีปัจจัยบางประการ ดังนี้
จำนวนรองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์มีน้อย
มหาวิทยาลัยไทยมีแนวคิดเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ที่ว่า อาจารย์ชาวต่างชาติสามารถเพิ่มเติมความเข้มแข็งด้านวิชาการ และนำแนวคิดใหม่ ๆ เข้าไปสู่การเรียนการสอนและการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ มีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในประเทศไทยมีจำนวนรองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์น้อยมาก โดยมหาวิทยาลัยเอกชนทั่วประเทศ (รวมอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษ) มีจำนวนอาจารย์ 10,784 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 947 คน รองศาสตราจารย์ 682 คน และศาสตราจารย์ 156 คน ในมหาวิทยาลัยรัฐ (รวมข้าราชการพลเรือน พนักงาน และลูกจ้าง) จำนวนอาจารย์ 28,410 คน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 10,252 คน รองศาสตราจารย์ 5,317 คน และศาสตราจารย์ 406 คน (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, 2549) มหาวิทยาลัยคุณภาพสูงทั่วโลก อาจารย์ส่วนใหญ่จะมีตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป อันแสดงถึงความรู้ความสามารถของอาจารย์ผู้สอน ดังนั้น มหาวิทยาลัยไทยที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ อาจนำเข้าอาจารย์ชาวต่างชาติที่มีตำแหน่งทางวิชาการในระดับสูงเข้ามาสอน
สภาพการขยายตัวของการอุดมศึกษาไทย
ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรปริญญา ซึ่งมีกว่า 199 แห่ง มหาวิทยาลัย ซึ่งรวมมหาวิทยาลัยรัฐและมหาวิทยาลัยราชภัฏ รวม 75 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 33 แห่ง และวิทยาลัยเอกชน 33 แห่ง และวิทยาเขตมหาวิทยาลัย/วิทยาลัยรัฐและเอกชน 58 แห่ง รวมถึงสภาพการเปิดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประกอบกับยิ่งเมื่อประเทศไทยเปิดเสรีการศึกษามากขึ้น จะเกิดการแข่งขันกับระหว่างมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ จะส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องดิ้นรนแข่งขันมากขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะมีการเปิดหลักสูตรนานาชาติในมหาวิทยาลัยไทยมากขึ้น ส่งผลให้อาจมีการนำเข้าอาจารย์และนักวิชาการจากต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น
การนำเข้าคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เป็นแนวทางที่จะมีส่วนนำคณาจารย์เก่งมีคุณภาพจากต่างประเทศเข้ามาสอน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความระวัง โดยกำหนดเกณฑ์การคัดกรองและคัดเลือกเฉพาะคนที่มีคุณภาพเข้ามาเป็นคณาจารย์ โดยมีการตรวจสอบทั้งด้านประวัติความรู้ความสามารถ รวมถึงประวัติอื่นที่จำเป็นร่วมด้วยอย่างเข้มงวด และพยายามปิดช่องโหว่ต่าง ๆ ในการให้ผู้ไม่พึงประสงค์ใช้ช่องทางการเข้ามาเป็นคณาจารย์ในประเทศไทยมาใช้ประโยชน์อื่น อันก่อเกิดอันตรายหรือมาเอาเปรียบประเทศไทย
0
เผยแพร่: 
การศึกษาวันนี้
เมื่อ: 
2008-01-31