"ชุมชนเล็ก ๆ ยิ่งใหญ่ได้เพราะความสามัคคี และอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ล่มสลายลงได้ เพราะเหตุแห่งความแตกแยก"
 
ซาลลัสต์ (Sallust : 86-34 BC) นักประวัติศาสตร์โรมัน มีชีวิตอยู่ช่วงก่อนคริสตกาล ได้กล่าวสัจธรรมข้างต้นไว้ ซึ่งยังคงเป็นความจริงจนถึงทุกวันนี้ 

คนเก่งที่ทำงานเป็นทีมร่วมกับคนอื่นไม่ได้ มักไม่เป็นที่ต้องการ เพราะความสำเร็จของงาน คือ ความสำเร็จของทีม...ไม่ใช่ของคน ๆ เดียว
 
คำกล่าวข้างต้นเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ในองค์กรการทำงาน ถ้าหน่วยงานนั้นมี 2 คนขึ้นไป ย่อมต้องเรียนรู้การทำงานเป็นทีม และทีมงานที่แข็งแกร่ง ประสานงาน ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ ย่อมมีพลังในการขับเคลื่อนองค์กรบรรลุเป้าหมาย และฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ ได้
การทำงานเป็นทีมถือเป็นหัวใจหลักที่จะนำความสำเร็จมาสู่การทำงานในทุกประเภท การทำงานเป็นทีมให้ผล "ทวีคูณ" ไม่ใช่ "ทวีบวก" หากจะเปรียบเทียบภาพก็คงเหมือนกับ การที่คน 1 คน อาจสามารถจับปลาได้ 10 กิโลกรัม แต่หากคน 3 คนมาร่วมกันเป็นทีม ช่วยจับปลา อาจจับได้ถึง 100 กิโลกรัม ไม่ใช่เพียง 10+10+10 = 30 กิโลกรัม แต่เพิ่มขึ้นได้ทวีคูณ 
 

"อย่าบดบังรัศมีเจ้านาย"

โรเบิร์ต กรีน (Robert Greene) เจ้าของหนังสือ กฎแห่งอำนาจ 48 ข้อ (The 48 Laws of Power) ได้แนะนำวิธีเพิ่มอำนาจให้กับตนเอง กฎข้อแรกเลย คือ ?อย่าบดบังรัศมีเจ้านาย?  ถ้าอยากได้ดิบได้ดีในอนาคต อย่าทำตัวเก่งกว่า เหนือกว่าเจ้านาย การแสดงท่าว่าตนเองเก่งกว่า ฉลาดกว่า อาจเป็นการกระทำที่ ?ดับอนาคต? ของตนเองได้เลยทีเดียว เพราะหัวหน้าเราจะรู้สึกว่า ตนเองกำลังถูกคุกคาม เกิดความกลัว รู้สึกไม่มั่นคงในตำแหน่งของตน และทำให้มองเราเป็นศัตรูที่ต้องจัดการได้

 
The ASEAN community has become one of the most commonly spoken about issue; however, recent surveys found out that Thai?s having knowledge and understanding on ASEAN community are just a few in numbers. This could make many Thai?s lose out on the opportunity or be unprepared in taking advantage of the upcoming change which will be occurring in no time. 
 
Because the ASEAN community will cause many changes to occur in Thailand, this article in the first in the asean will be talking about the changes in the following two ways, which are:
 
1. An expansion of Thai economy
 
จากข้อมูลในรายงานวิจัยเรื่องดัชนีชี้วัดคลังสมองทั่วโลก ประจำปี 2014 (2014 Think-Tank Index Report)ของ The Lauder Institute แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย พบว่า มีจำนวนคลังสมอง (Think-Tank) ทั่วโลกทั้งสิ้น 6,681 แห่ง แบ่งเป็นที่ทวีปอเมริกาเหนือ 1,989 แห่ง ทวีปยุโรป 1,822 แห่ง ทวีปเอเชีย 1,106 แห่ง ทวีปอเมริกากลาง-ใต้ 674 แห่ง ทวีปตะวันออกกลาง-เหนือ 521 แห่ง ทวีปแอฟริกา-ซับ ซาฮารา 467 แห่ง และทวีปโอเชียเนีย 39 แห่ง เมื่อเรียงลำดับจำนวนคลังสมองของแต่ละประเทศ พบว่า ประเทศที่มีจำนวนคลังสมองมากที่สุด คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนทั้งสิ้น 1,830 แห่ง รองลงมาคือ ประเทศจีนและประเทศอังกฤษ มีคลังสมอง 429 และ 287 แห่งตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีประเทศที่มีจำนวนคลังสมอง 100-199 แห่ง อีก 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเยอรมนี อินเดีย ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา รัสเซีย และญี่ปุ่น ส่วนประเทศที่เหลือมีจำนวนคลังสมองต่ำกว่า 100 แห่งทั้งสิ้น 

เมื่อคนเก่งมารวมตัวกัน อาจเป็น ?ทีมที่แย่ที่สุด?!!!
 
ข้อสรุปหนึ่งที่ผมได้รับจากประสบการณ์ทำงานเป็นทีม ในคณะทำงานที่ประกอบไปด้วย คนเก่ง คนมีความรู้ความสามารถ ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ ผู้มีตำแหน่งสูง ๆ มักจะขับเคลื่อนงานด้วยความยากลำบาก เพราะแต่ละท่านมักมีวาระของตน พยายามนำเสนอความคิดเห็นของตนเองให้ทุกคนยอมรับ แต่กลับไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทำให้ไม่สามารถได้ข้อสรุปที่เป็นข้อตกลงของทุกคนในทีมได้
 
...อย่าก้าวสู่ตำแหน่ง ?ผู้นำ? เพียงเพราะทำงานมานาน
 
ดร.วินซ์ โมรินาโร (Vince Molinaro) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ กล่าวถึงผู้นำที่เลวร้าย 10แบบที่ลูกน้องอยากจะร้องตะโกนออกมา  ได้แก่ 

ภาษิตโบราณบทหนึ่งได้กล่าวเอาไว้อย่างน่าฟังว่า?กองทัพแกะที่นำโดยสิงโตย่อมชนะกองทัพสิงโตที่นำโดยแกะ? (An army of sheep led by a lion would defeat an army of lions led by a sheep.)
 
การมีผู้นำที่มีคุณลักษณะเหมาะสมอยู่ในตำแหน่ง หรือ เป็นแกนนำขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับต่าง ๆ นับว่ามีความสำคัญ ด้วยว่าผู้นำ หรือ แกนนำเหล่านี้จะส่งเสริมให้ประเทศชาติ สังคม และหน่วยงาน/องค์กร สามารถขับเคลื่อนภารกิจการงานให้บรรลุสู่ความสำเร็จ คนกลุ่มต่าง ๆ ให้การยอมรับ เกิดพลังแรงร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการจัดการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติกิจการงานร่วมกัน สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติ สังคม และหน่วยงาน/องค์กรให้เกิดความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง

ผมสังเกตเห็นว่าข่าวลักษณะคล้ายๆ กันที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ข่าวนักเรียนรวมตัวกันประท้วงขับไล่ผู้บริหารโรงเรียนบ่อยขึ้น โดยมีข้อกล่าวหาหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ มีพฤติกรรมการทำงานที่ ไม่โปร่งใส มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ยักยอกเงินงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้างแบบ "แพงเกินจริง" หลายโครงการ ฯลฯ จนทำให้นักเรียนทนพฤติกรรมไม่ไหว ต้องออกมาขับไล่

เศรษฐกิจศรีลังกาประสบความสำเร็จที่น่าประทับใจ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 6-8 ต่อปีอย่างต่อเนื่องสัดส่วนคนยากจนลดลงจากร้อยละ 23 เหลือร้อยละ 9 ของจำนวนประชากรระหว่างปี 2002 ถึง 2009 ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per capita) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 1,241 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2005 เป็น 3,280 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2013 
หลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานานถึงสามทศวรรษ รัฐบาลศรีลังกาได้กำหนดวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนในปี 2016 และกำหนดยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเล (maritime hub) ที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาคเอเชียกับตะวันออกกลางและยุโรป 
 
จุดแข็งของศรีลังกา คือ ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางมหาสมุทรอินเดีย บนเส้นทางเดินเรือสมุทรที่สำคัญและคับคั่งที่สุดในโลก และเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการคาดหมายว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกภายในศตวรรษนี้