ฮาร์วาร์ดให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาภาพรวมทั้งมหาวิทยาลัย และยังให้ความสำคัญกับการกระจายความรับผิดชอบลงสู่ระดับวิทยาลัย โดยให้เป็นเป้าหมายร่วมกันที่แต่ละวิทยาลัยของฮาร์วาร์ดจะต้องขับเคลื่อนภารกิจทางด้านการศึกษาตามจุดแกร่งของตนเอง อาทิ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การทำวิจัย การให้บริการวิชาการแก่สังคมและประชาคมมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลทำให้วิทยาลัยต่าง ๆ ของฮาร์วาร์ดสามารถสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น  ระดับองค์กร ระดับชุมชน ระดับสังคมประเทศชาติ และระดับโลก อาทิ วิทยาลัยเคนเนดี้สคูลแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Kennedy School) ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะหล่อหลอมสร้างคนเปลี่ยนโลก หรือ วิทยาลัยธุรกิจแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) แหล่งผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูงป้อนสู่สถานประกอบการชั้นนำทั่วโลก เป็นต้น    

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า "คนที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด คือ คนที่ไม่เคยทำอะไรใหม่เลย" (Anyone who has never made a mistake has never tried anything new.)
 
ประวัติคนที่ประสบความสำเร็จในแวดวงต่าง ๆ ทั่วโลกจำนวนมาก มักมีส่วนหนึ่งที่คล้าย ๆ กัน นั่นคือ ประวัติความผิดพลาด ล้มเหลว และต้องเดินอยู่บนเส้นทางอันเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ก่อนที่จะคว้าความสำเร็จได้

 
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความตั้งใจจะก้าวไปสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจรายได้สูง เห็นได้จากนโยบายและวิสัยทัศน์ของประเทศในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงปฏิรูปพัฒนาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีหลายประเทศที่สามารถก้าวข้ามจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจรายได้สูงได้ หนึ่งในนั้น คือ ประเทศไอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจและสามารถนำมาเป็นบทเรียนให้กับระบบเศรษฐกิจประเทศไทยได้
 
การพัฒนาหลักสูตรสนองตอบการพัฒนาชาติและท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาแห่งฮาร์วาร์ด ซึ่งตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นจนกระทั่งปัจจุบัน ฮาร์วาร์ดได้มีการคิดค้น พัฒนา และปรับปรุงหลักสูตรอย่างเป็นพลวัต ในจำนวนนี้หลายหลักสูตรสร้างผลกระทบเชิงบวกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชุมชน สังคม ประเทศชาติ และระดับโลก อาทิ วิชาบอสตัน (Boston course) ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในสังกัดวิทยาลัยเคนเนดี้สคูลแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Kennedy School) วิชาดังกล่าวนี้มีส่วนสำคัญต่อการจัดการประเด็นปัญหาและการพัฒนาสังคมชุมชนท้องถิ่น ผ่านกระบวนการสร้างผู้นำรุ่นใหม่และการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของหลักสูตรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมของฮาร์วาร์ด 

สมัยนี้จบปริญญาตรีไม่พอ ต้องต่อปริญญาโท ปริญญาเอก เพราะถ้ามีความรู้สูง เราย่อมมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า...
สมัยนี้เรียนรู้จากสถานศึกษาไม่พอ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องขวนขวานหาความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม ทั้งการเข้าร่วมอบรมสัมมนา เข้าร่วมหลักสูตรต่าง ๆ เรียนรู้เครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ทันโลก มิเช่นนั้นจะตกยุค ไม่สามารถแข่งขันได้...  

จากรายงาน PWC?s Investor Resource Institute ประจำปี 2014 ที่อธิบายถึง 5 แนวโน้มโลกอนาคตช่วงปี 2030 - 2050 ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ 5 ประเด็น ประเด็นแรก ในปี 2050 ประชากรทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในเมืองจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 72 ประเด็นที่สอง ในปี 2030 จะมีประชากรทั่วโลก 8.3 พันล้านคน โดยมีความต้องการด้านพลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 และความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ประเด็นที่สาม จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงการประชากร โดยในปี 2050 สัดส่วนผู้สูงอายุทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 21 ของประชากรทั้งหมด ประเด็นที่สี่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจจากฝั่งตะวันตกมาเป็นตะวันออก โดยจะมีสัดส่วนชนชั้นกลางทั่วโลกคิดเป็นร้อยละ 66 และการบริโภคของชนชั้นกลางทั่วโลกร้อยละ 59 มาจากทวีปเอเชีย และประเด็นที่ห้า ในด้านของการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีจะเกิดการเพิ่มขึ้นของ ?Internet of Things? 

"ถ้าการกระทำของคุณสร้างแรงบันดาลใจให้คนภายใต้ ..มีฝันที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เรียนรู้ได้เพิ่มขึ้น ทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น และทำหน้าที่ในบทบาทต่าง ๆ ได้หลากหลายขึ้น  ..คุณคือผู้นำ" จอห์น ควินซี อดัมส์ (John Quincy Adams) ประธานาธิบดีคนที่ 6 ของสหรัฐอเมริกาได้กล่าวข้อความข้างต้นไว้ สะท้อนบทบาทสำคัญประการหนึ่งของผู้นำ นั่นคือ ผู้นำต้อง "สร้างคน"
เมื่อพลิกหน้าประวิติศาสตร์ขององค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ผมได้พบความจริงประการหนึ่ง นั่นคือ องค์กรธุรกิจจำนวนไม่น้อยอยู่ได้เพียงชั่วอายุเดียว สาเหตุไม่ใช่เพราะความเก่าล้าสมัย แต่เนื่องมาจากขาดคนรุ่นต่อไปที่จะมาสานต่องาน  ไม่สามารถ "สร้างคน" ขึ้นมารับไม้แห่งความสำเร็จต่อ โดยเฉพาะบทบาทระดับสูง ในฐานะ ผู้นำ หรือ ผู้บริหาร
 
 
ในอดีตเมื่อสังคมเป็นสังคมเกษตรกรรม เราคงเคยได้ยินว่าหลายครอบครัวนิยมมีลูกหลาย ๆ คนด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ คือเพื่อมาช่วยทำงาน แม้ว่าค่านิยมนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบันคือ แต่ละครอบครัวมีลูกจำนวนน้อยลง แต่ก็ยังมีหลายครอบครัวที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคน อันทำให้เกิดปัญหาที่มักพบบ่อย ๆ คือ ปัญหาพี่น้องทะเลาะกัน อิจฉากัน แย่งของกัน รู้สึกไม่รักกัน ชิงดีชิงเด่นกัน ซึ่งจะพบมากในเด็กวัย 1-5 ปี และในหลายกรณี ปัญหานี้ไม่ได้หายไปเมื่อเด็กโตขึ้น กลับยังคงเป็นปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องที่ทอดยาวไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งคงเป็นสิ่งที่ไม่มีพ่อแม่คนใดปรารถนาให้เกิดขึ้น พ่อแม่จึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงที่มาของปัญหานี้และแก้ไขด้วยวิธีการที่เหมาะสมตั้งแต่วัยเด็ก 

เมื่อไม่นานมานี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (Corruption Situation Index : CSI) เดือน ธ.ค. 2557 หากการสำรวจทำได้ดีและเป็นจริงก็แสดงว่า สิ่งที่พบนำกำลังใจแก่เราได้บ้าง เพราะโพลพบว่า สถานการณ์ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้นดีที่สุดในรอบ 5 ปี เอกชนจ่ายเงินเพิ่มให้ข้าราชการเพื่อรับงานจากภาครัฐมีจริงแต่ลดลงบ้าง
นี่เป็นครั้งแรกที่ประชาชนและภาคธุรกิจเห็นว่าสถานการณ์มีโอกาสน่าจะคลี่คลายและปรับตัวดีขึ้นได้ในอนาคต
 
การสำรวจครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากจะคาดหวังอนาคตการทุจริตคอร์รัปชั่นจะดีขึ้น...ต้องดูหลังเลือกตั้งด้วย เมื่อรัฐบาลชุดนี้คืนอำนาจให้ประชาชนแล้ว...หลังจากนั้นจะเป็นภาพความจริงว่าจะลดลงจริงหรือไม่ หรือจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม!!
 
 
เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่อง ?The ASEAN Integration and beyond? ที่ฮ่องกงโดยผู้ฟังเป็นผู้บริหารของบริษัทด้านโลจิสติกส์ที่มีหลายสาขาทั่วโลก ซึ่งผมได้อธิบายถึงแนวโน้มของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ (T&L) หลังการเปิดประชาคมอาเซียนดังนี้ 
๐ ตลาด T&L จะมีการขยายตัวสูง 

ตลาด T&L ในอาเซียนมีแนวโน้มที่จะขยายตัวสูง ซึ่งเป็นผลจากหลายปัจจัย 
 
ประการแรก การขยายตัวของการบริโภคในอาเซียน เนื่องจากเศรษฐกิจอาเซียนได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการขยายตัวสูง และจำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นมากกว่าภูมิภาคอื่น