ผมสังเกตเห็นว่าข่าวลักษณะคล้ายๆ กันที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ข่าวนักเรียนรวมตัวกันประท้วงขับไล่ผู้บริหารโรงเรียนบ่อยขึ้น โดยมีข้อกล่าวหาหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ มีพฤติกรรมการทำงานที่ ไม่โปร่งใส มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ยักยอกเงินงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้างแบบ "แพงเกินจริง" หลายโครงการ ฯลฯ จนทำให้นักเรียนทนพฤติกรรมไม่ไหว ต้องออกมาขับไล่

 
เศรษฐกิจศรีลังกาประสบความสำเร็จที่น่าประทับใจ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 6-8 ต่อปีอย่างต่อเนื่องสัดส่วนคนยากจนลดลงจากร้อยละ 23 เหลือร้อยละ 9 ของจำนวนประชากรระหว่างปี 2002 ถึง 2009 ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per capita) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 1,241 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2005 เป็น 3,280 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2013 
หลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานานถึงสามทศวรรษ รัฐบาลศรีลังกาได้กำหนดวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าหมายเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนในปี 2016 และกำหนดยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเล (maritime hub) ที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาคเอเชียกับตะวันออกกลางและยุโรป 
 
ผู้นำจะไม่สามารถทำสิ่งใดสำเร็จได้ หากไม่มีใครร่วมมือ!!!!
 
ผมเชื่อในพลังทวีคูณ (synergy) ของการทำงานเป็นทีม คนทำงานแต่ละคนที่ผนึกกำลังกันเป็น ?ทีมงาน? นับเป็นหัวใจที่จะนำความสำเร็จมาสู่การทำงาน เพราะจะทำให้เกิดการประสานส่วนดีหรือจุดแข็งของแต่ละคนมาสนับสนุนกันและกัน เป็นการผนึกกำลังให้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่คน ๆ เดียวไม่อาจทำได้ 
 
อย่างไรก็ตาม แทนที่ทีมงานจะมี ?พลังบวก? ทวีคูณ อาจกลับกลายเป็นมี ?พลังลบ? ทวีคูณได้ หากขาดกำลังใจในการทำงาน เพราะถูกปฏิบัติจากหัวหน้าทีมอย่างไม่เหมาะสม อาทิ



amthaipaper 
amthaiEconomics
 
In the previous article, I have mentioned the lecture on the topic of ?Economic Relations between North East India and Thailand through the Thai perspective at Manipur University, India this past March.
 
I have talked about the cooperation on economic activities between the two countries, infrastructure projects especially the transportation linked from Thailand to North East India, the opportunities and limitations in trade, investment, and tourisms which exist between the two countries.

 
ประเทศยากจนที่สามารถพัฒนาตัวเองจนเป็นประเทศรายได้สูงในโลกนี้มีอยู่หลายประเทศ เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความน่าสนใจและถือว่าเป็นบทเรียนที่ดีให้กับประเทศไทย
 


แหล่งที่มาของภาพ : http://www.pressebox.de/uploads/thumbnail/width/400/height/320/id/656594.jpg

...บริษัทของคุณมี ?โจร? ทำงานอยู่ด้วยหรือไม่?
คนเหล่านี้อาจจะทำงานเก่ง มีความรู้ความสามารถ มีความกระตือรือร้น หนักเอาเบาสู้ พร้อมช่วยเหลือองค์กรอยู่เสมอ และอยู่มานาน จนมีตำแหน่งสูง คุณอาจจะไม่รู้เลยว่า เบื้องหลังการทำงานให้องค์กร เขากำลัง ?โกง? องค์กร กอบโกยผลประโยชน์มิชอบเข้ากระเป๋าตนเองอยู่

 
 
ในช่วงที่ผ่านมา ข่าว ?แชทในเวลางาน ถูกไล่ออก? คงเป็นข่าวที่สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับบรรดาลูกจ้าง เพราะคงไม่มีใครคิดว่า เพียงการแชทหรือเล่นอินเตอร์เน็ตในเวลางาน ซึ่งไม่น่าจะเบียดบังเวลางานมาก กลับกลายเป็นความผิด ถึงขั้นเลิกจ้างได้ และแม้ลูกจ้างจะยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลางว่า ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง เพราะเป็นความจริงที่ทำให้บริษัทนายจ้างได้รับความเสียหาย
 
จากข้อมูลที่ทราบมา มีพนักงานประมาณ 30 คนแล้ว จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ถูกเลิกจ้าง เพราะเบียดบังเวลาทำงาน ไปใช้ในการแชทและเล่นอินเตอร์เน็ตนานกว่า 1 ชั่วโมง ในเรื่องส่วนตัว ทำให้ขาดความจดจ่อในการทำงาน ส่งผลให้งานที่ทำล่าช้า ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งงานไม่ทันตามกำหนด สร้างความเสียหายต่อองค์กร แม้ได้ตักเตือนด้วยวาจาและออกหนังสือเตือนแล้ว แต่ยังคงพฤติกรรมเช่นเดิม จึงต้องให้ออกจากงาน

ทำงาน 52 นาที พัก 17 นาที เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน....
 
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2557 จูเลีย กิลฟอร์ด (Julia Gifford) ได้นำเสนอบทความชื่อ The Rule of 52 and 17: It's Random, But it Ups Your Productivity  หรือ กฎทำงาน 52 นาที พัก 17 นาที เพิ่มผลิตภาพ ซึ่งเป็นบทสรุปจากการติดตามและสำรวจผู้ใช้แอพพลิเคชั่น DeskTime ซึ่งเป็นโปรแกรมในการช่วยติดตามการทำงานของผู้เข้ารับวิจัย เพื่อศึกษานิสัยของคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 
 
การสำรวจพบว่า ร้อยละ 10 ของผู้ที่สามารถสร้างผลิตภาพได้สูงสุด จะใช้เวลาพักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพวกเขาจะใช้เวลาเฉลี่ยในการทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องเป็นเวลา 52 นาที และจากนั้นจะพักประมาณ 17 นาที ก่อนที่จะกลับมาทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจต่อไป ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ