ข้อความเพียงไม่กี่ประโยค ที่เขียนไปตามอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น ...อาจดับอนาคตเราได้!!
         ภาพเซลฟี เพียงภาพเดียว ที่ถ่ายสนุก ๆ ...อาจเป็นภาพ ?สิ้นคิด? ที่ทำให้ตกงานได้อย่างไม่คาดคิด!!
         ในโลกปัจจุบันที่ถูกเรียกว่าเป็น ?สังคมก้มหน้า? การสื่อสารตัวตน ? ฉันทำอะไร คิดอะไร อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร ฯลฯ มักจะถูกส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้รับรู้แลกเปลี่ยนกัน จนสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งรวมถึงคนวัยทำงานด้วย 

 
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา ประเทศเนเธอร์แลนด์กับธนาคารโลก (World Bank Group) ร่วมลงนามในข้อตกลง ?Food for All? เพื่อเพิ่มพูนความรู้ สนับสนุนการสร้างงาน และ การช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้มีความมั่นคงในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคการเกษตรได้อย่างยาวนานและยั่งยืน


แหล่งที่มาของภาพ : http://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/701/529/large_hearts.jpg?1300263891

วันหนึ่ง ผมไปบรรยายให้กับนักศึกษาและคณาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ในช่วงเช้าก่อนการบรรยาย ?คุณสิริพร? เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งของหน่วยงานนั้น ได้นำอาหารว่างมาให้ผม..ผมทั้งแปลกใจ และประทับใจในเวลาเดียวกัน
อาหารว่างของผมแตกต่างจากอาหารว่างที่เตรียมไว้ให้ทุกคน เพราะนอกจากมีกาแฟ และขนมตามปกติแล้ว ยังมีซุปไก่สกัดหนึ่งขวดวางอยู่ด้วย  ผมยังถ่ายภาพมาเลย ด้วยความประทับใจว่า เจ้าหน้าที่ท่านนี้เป็นคนที่เอาใจใส่ผู้อื่น ทำมากกว่าหน้าที่ที่ควรทำ คือ แทนที่จะนำอาหารว่างที่เหมือน ๆ กับของคนอื่นมาเสิร์ฟให้ผม แต่เขาคิดไปไกลกว่านั้น ด้วยใจที่เอาใจใส่ เพราะรู้ว่า ผมคงเดินทางมาไกล ต้องปฏิบัติภารกิจมาหลายอย่าง อาจจะเหนื่อยและพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงได้เตรียมซุปไก่บำรุงร่างกายเพิ่มมาด้วย 

 
เรื่องนี้อย่าบอกหัวหน้านะ ถ้าถูกจับได้ละก้อ แย่แน่เลย....เราช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ถ้าหัวหน้าถามก็บอกไปว่า งานเรียบร้อยดี..ไม่มีปัญหา
ถ้าเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้านะ เราเลิกเป็นเพื่อนกัน....ฉันจะหาข้อแก้ตัวดี ๆ ว่าทำไมงานจึงผิดพลาดมากขนาดนี้ แล้วจะบอกเอง
 
คำกล่าวข้างต้น เราคงเดาได้ว่า ผู้พูดกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ทำบางสิ่งผิดพลาดไป และกำลังพยายาม ?ปกปิด? ความผิดนั้นมิให้หัวหน้างานรับรู้ เพราะเกรงว่า ตนเองจะถูกตำหนิ หรือ ลงโทษ โดยไม่ได้มองว่า สิ่งที่ตนเองทำผิดนั้นส่งผลเสียหายร้ายแรง และต้องช่วยกันแก้ไขหรือไม่

         ทรานส์คริปต์บอกว่า คุณเรียนอะไรมาบ้าง ผลการเรียนเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่า ?คุณทำงานได้หรือไม่??

         ในหน่วยงานต่าง ๆ ย่อมต้องการคนทำงานที่ทำงานได้จริง ช่วยขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การพิจารณารับสมัคร โดยดูจากใบรับรองผลการศึกษา หรือใบทรานส์คริปต์ (transcript) และการสอบข้อเขียน รวมทั้งสอบสัมภาษณ์อาจไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้องค์กรว่า เมื่อรับคน ๆ นี้เข้าไป จะทำงานได้จริงหรือไม่ จะเข้ากับผู้ร่วมงานได้หรือไม่ จะเป็นตัวส่งเสริมหรือตัวถ่วงความก้าวหน้าขององค์กรกันแน่!!!

         ปัจจุบัน จึงมีองค์กรชั้นแนวหน้าหลายแห่ง เริ่มที่จะไม่พิจารณาผลการเรียนในการจ้างงาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กูเกิล ใครที่ต้องการสมัครทำงานกับกูเกิล ไม่ต้องส่ง transcript และคะแนนทดสอบ (test score) ในสมัยเรียนไปให้ เพราะเขามองว่า ไม่มีประโยชน์ในการพิจารณาจ้างงาน เรียกได้ว่า ดูไปก็เท่านั้น..ไม่มีประโยชน์

         ...?รับทำวุฒิปลอมด่วนราคาถูกเพื่อใช้สมัครงาน? ...?ทำวุฒิของแท้ ใช้เรียน ใช้สมัครงาน ราคากันเอง?

         คำโฆษณาจูงใจที่พบได้ทันที เมื่อพิมพ์คำว่า ?ปลอมวุฒิการศึกษา?  ให้ค้นหาในอินเทอร์เน็ต จะพบว่า มีเว็บที่ ?รับจ้าง? ปลอมอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยคำโฆษณาและรายละเอียดราคาในแต่ละวุฒิ แต่ละสถาบันอย่างละเอียด รวมทั้ง ให้ความมั่นใจว่าจะเหมือนจริงจนแทบไม่มีใครจับได้

         ที่สำคัญ ในบางเว็บมีการทำเป็น ?ขบวนการ? โดยเชื่อมโยงกับคนในสถาบันการศึกษา ถึงกับกล้าสื่อสารทำนองว่า ?จะส่งไฟล์ให้พิมพ์ออกมา และนำไปรับใบวุฒิต้นฉบับ หรือ ?ตัวจริง? ได้ที่สถาบันนั้นเลย โดยจะบอกชื่อบุคคลากรให้...และสามารถเข้ารับปริญญาได้โดยมีชื่อขอจบในปีล่าสุด? และจูงใจด้วยว่า ?ท่านจะเช็คชื่อในระบบนักศึกษาได้ โดยปกติทุกประการ?

         ?คุณเคยรู้สึก หรือกำลังรู้สึก ?หมดไฟ? ในการทำงานหรือไม่?? 

         หากถามคำถามนี้กับคนในที่ทำงาน ผมเชื่อว่า จะได้รับคำตอบว่า เคย หรือไม่ก็อาจกำลัง ?หมดไฟ? -รู้สึกเบื่อหน่าย ทั้งงาน ทั้งเพื่อนร่วมงาน ทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงาน บางคนอาจบอกว่า..แทบไม่อยากจะออกจากบ้านไปทำงานเลย!! 

         คนทำงานจำนวนไม่น้อย เริ่มต้นการทำงาน ด้วยการเป็น ?เด็กใหม่ไฟแรง? ทำงานอย่างกระตือรือร้น ทุ่มเท เรียนรู้ ไม่มีบ่น ไม่มีเบื่อ มุ่งให้สำเร็จตามเป้าหมาย .. แต่ไฟนั้นค่อย ๆ มอดลงตามกาลเวลา ยิ่งทำมานาน ยิ่งหมดไฟไปเรื่อย ๆ จนเรียกได้ว่า ?หมดอารมณ์? หรือ ?หมดไฟ? ในการทำงานในที่สุด

         การพัฒนาหลักสูตรที่สนองตอบความต้องการที่แตกต่างหลากหลายของผู้เรียนเป็นลักษณะสำคัญประการหนึ่งของการจัดการศึกษาแห่งฮาร์วาร์ด ปัจจุบันฮาร์วาร์ดมีรายวิชาที่เปิดสอนมากกว่า 8,000 วิชา จากทั้งหมด 10 คณะและวิทยาลัย  และมีการพัฒนารายวิชาใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยและความสนใจของนักศึกษา ในที่นี้รวมถึงโครงการอบรมระยะสั้นที่เปิดให้กับนักศึกษาฮาร์วาร์ดและกลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจได้มีโอกาสเข้ามาแสวงหาวิชาความรู้และใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยด้วยจำนวนหนึ่ง


ที่มาของภาพ : http://www.thawanholiday.net/images/sub_1307494249/Bhutan%281%29.jpg

         ประเทศภูฏานมีชื่อเสียงในแง่ของการเป็นประเทศแถวหน้า ที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีความสุขที่สุดในโลกและเป็นต้นแบบของการใช้ดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ Gross National Happiness (GNH) วัดความเจริญก้าวหน้าของการพัฒนาประเทศ

         ในความคิดเดิมของผม ภาพลักษณ์ของภูฏานเป็นประเทศที่ประชาชนมีความสมถะตามหลักศาสนา ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่พอเพียง ไม่ติดกับดักวัตถุนิยม และรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมอันดีงาม บ้านเมืองมีความสงบสุข ปลอดภัย สะอาด และมีสภาพแวดล้อมที่ดี

         แต่เมื่อไม่นานนี้ ผมได้รับเชิญไปกล่าวปาฐกถาในการประชุมเกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศภูฏาน ที่เมืองทิมพูประเทศภูฏาน ผมได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับชนชั้นนำของภูฏาน และได้ออกไปเยี่ยมเยือนและสังเกตการณ์บ้านเมือง ผู้คน และสังคม ทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนไป


Source :http://www.1zoom.me/en/wallpaper/373611/z2062.4/%26original=1
 

    Recently, I have analyzed and written a lot about entering into the ASEAN community and have given a general picture. However, as Bangkok is the capital city of Thailand, it is the center for many activities. I, therefore, think that it will be very beneficial if there are detailed analyses conducted to find out answers to how the opening of the ASEAN community would affect Bangkok and people who live in Bangkok. 
     Entering and becoming one of the members of the ASEAN community affects the people of Bangkok in many ways and these are as follows.