ข้อสังเกตต่อนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน (พ.ศ.2548-2553)

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ผมได้อภิปรายในการพิจารณา นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน (พ.ศ.2548ndash;2553) ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) โดยผมขอข้อสังเกตบางส่วน ดังต่อไปนี้

ไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือ

ผมเห็นด้วยที่นโยบายของ คตง.ได้ให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายให้มีส่วนร่วมตรวจสอบ เช่น การจ้างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญและเอกชน การส่งเสริมสถาบันการศึกษาและองค์กรวิชาชีพร่วมตรวจสอบ และการร่วมมือกับองค์กรอิสระอื่น อย่างไรก็ตาม นโยบายของ คตง.เน้นการขอความร่วมมือและประชาสัมพันธ์ ยังไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะทำให้ฝ่ายต่าง ๆ ร่วมมือในการตรวจสอบ

คตง.ควรให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ที่มีส่วนร่วม เพราะการเข้ามาร่วมมือย่อมมีต้นทุน เช่น ค่าเสียโอกาส มีต้นทุนในการเข้าถึงข้อมูล เสี่ยงจะถูกคนที่คอร์รัปชันซึ่งมักเป็นผู้มีอิทธิพลปองร้าย เป็นต้น ดังนั้นการสร้างมาตรการจูงใจที่เพียงพอ เช่น รางวัลนำจับแก่ผู้ที่ให้ข้อมูล โบนัสแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมมือ มาตรการปกป้องผู้ให้ข้อมูล เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดความร่วมมืออย่างเต็มที่และเต็มใจ

ไม่ได้สร้างบริบทที่ส่งเสริมการพัฒนาหน่วยงานรัฐ

นโยบาย คตง.ที่จะทำให้ทุกหน่วยงานของรัฐ มีระบบการบริหารที่ดี และมีการตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง นับว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง เพราะสตง.มีทรัพยากรจำกัด และไม่สามารถไปตรวจสอบทุกหน่วยงานได้ อย่างไรก็ตาม คตง.ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการตรวจสอบเป็นส่วนใหญ่ และมีนโยบายการพัฒนาคนอยู่บ้าง ทั้งด้านการพัฒนาความรู้ ทักษะ และคุณธรรมจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ราชการ แต่นโยบายดังกล่าวยังขาดการสร้างบริบทที่เอื้อต่อการพัฒนาของแต่ละหน่วยงานราชการ

ผมเขียนหนังสือ ldquo;ปฏิรูปครบวงจร : สู่ยุคเรืองรองของเมืองไทยrdquo; กล่าวถึงแนวคิดการปฏิรูป 3 ประสาน คือ คน-ระบบ-บริบท การพัฒนาเรื่องใดให้สำเร็จ ต้องพัฒนาทั้ง 3 ด้าน ดังนั้น คตง.จึงจำเป็นต้องสร้างบริบทที่เอื้อต่อการพัฒนาด้วย เช่น การจัดระบบแข่งขันระหว่างหน่วยงาน โดยการให้คะแนน (rating) และจัดอันดับ (ranking) รวมทั้งจัดชั้น (division) ด้านความโปร่งใส การจัดทำรางวัลและเกียรติยศระดับชาติ เพื่อทำให้เกิดบริบทที่ที่จูงใจ หรือกดดันให้ต้องพัฒนาตนเอง แข่งขันกับหน่วยงานอื่น

ไม่ได้มีนโยบายตรวจสอบตนเอง

ปัญหาสำคัญที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ คตง.อาจต้องเผชิญในอนาคต คือการขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากกรณีของการแต่งตั้งผู้ว่าการ สตง.ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า สตง.กำลังถูกมองว่ามีแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ ดังนั้นนโยบายสำคัญของ คตง. คือ นโยบายสร้างความเชื่อถือ (credibility) เช่น สร้างกลไกตรวจสอบตนเอง และกลไกการควบคุมภายใน สตง.ให้มีความโปร่งใส การเปิดโอกาสให้องค์กรวิชาชีพตรวจสอบผลงานของ สตง. การสร้างหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนการเลือกหน่วยงานและโครงการที่จะเข้าไปตรวจสอบ การตรวจสอบและเปิดเผยทรัพย์สินของ คตง.และผู้บริหาร

สตง. เป็นต้น เพื่อให้การตรวจเงินแผ่นดินของ สตง. มีความเป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
นโยบาย คตง.นับว่ามีความสำคัญยิ่ง ในการชี้ทิศทางให้แก่ สตง. ซึ่งเป็นกลไกการตรวจสอบที่สำคัญในการจัดการปัญหาคอร์รัปชัน และเป็นความหวังของประชาชนที่เหลืออยู่ไม่มากนักในภาวะปัจจุบัน ที่ระบบตรวจสอบกำลังง่อยเปลี้ยเสียขา หาก คตง.มีนโยบายที่ดี และ สตง.มีบุคลากรที่มีความสามารถและตั้งใจดีต่อประเทศชาติ ประชาชนย่อมที่จะมีที่หวังต่อไปได้

0
เผยแพร่: 
0
เมื่อ: 
2005-11-05