การศึกษา

กระแสการผลักดันให้มหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบ ส่งผลให้สังคมเป็นห่วงเรื่องผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้เรียนและสังคม แต่หากพิจารณาในหลักการของการให้มหาวิทยาลัยของรัฐออกนอกระบบ มุ่งเน้นให้มหาวิทยาลัยมีอิสระในการบริหารจัดการ การควบคุมและการกำกับของรัฐบาลลดลง หรือมีให้น้อยที่สุด โดยเน้นการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งนับว่าเป็นหลักการที่ดี แต่ในขณะเดียวความกังวลในเรื่องของค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงการศึกษาที่จะเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการทำให้การศึกษากลายเป็นการค้าที่มุ่งผลกำไรเป็นสำคัญ ส่งผลให้กลุ่มคณาจารย์และนักศึกษาส่วนหนึ่ง ออกมาเรียกร้องให้พิจารณาร่างกฎหมายนี้อีกครั้ง

* ภาพจาก http://www.ffc.or.th/webboard/viewtopic.php?t=458

ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงขึ้นระหว่างนักเรียนกับนักเรียน และระหว่างครูกับนักเรียน ทั้งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและนอกโรงเรียน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความรุนแรงที่เกิดในโรงเรียน ระหว่างครูและนักเรียน ระหว่างนักเรียนกับนักเรียน เพราะสิ่งเหล่านี้ อาจหล่อหลอมให้นักเรียนมีพฤติกรรมความรุนแรง และออกไปก่อความรุนแรงนอกสถานศึกษาได้

การปฏิรูปการศึกษาไทยได้ดำเนินมากว่า 8 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างพยายามพัฒนาและดำเนินการปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างมาก ซึ่งการจะพัฒนาการศึกษาไทยจะประสบความสำเร็จได้ในสภาพยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จำเป็นต้องวางแผนและดำเนินการในเชิงรุกร่วมด้วยนั่นหมายความถึงการให้ความสำคัญกับการคาดการณ์แนวโน้มอนาคตทางด้านการศึกษา เพื่อนำมาใช้ประกอบการจัดการศึกษาไทยได้สอดคล้องสภาพการเปลี่ยนแปลง หลีกเลี่ยงอุปสรรคปัญหา และใช้ประโยชน์สูงสุดจากแนวโน้มอนาคตที่จะมาถึง