เศรษฐกิจ

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

หลังจากที่ได้นำเสนอทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านโครงสร้างประชากรทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2050 ผ่านบทความตอนที่แล้วในตอนนี้ผมจึงอยากนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในมิติอื่นๆ เพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของโลกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดประเทศใดบ้างที่จะก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่อไปในปี 2050 และประเทศไทยควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคต


Source : http://webpothi.com/wp-content/uploads/2014/08/opportunity1.png

Thailand can be developed into a high-income country due to its location in Asia where the economic growth rate has been increasing continuously. It is proven that the 19th century was known as the “British Century” and the 20th century was known as the “American Century.”  The 21st century was predicted to be the “Asian Century” thus giving the Thai economy opportunities to expand in a number of ways.

“An opportunity to reach the big markets”

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเสวนา"การจัดการด้าน Supply Chain และ Logistics เพื่อเตรียมพร้อมรองรับประชาคมอาเซียน"ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง "Global Trend 2050 (แนวโน้มโลกปี 2050)" ซึ่งผมได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2050 บทความนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่ผมได้นำเสนอไปในงานเสวนาดังกล่าว โดยในตอนแรกจะกล่าวถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกในปี 2050 ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดและทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

เมื่อดูจากการคาดการณ์จำนวนประชากรโลกปี 2050 พบว่า จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้น 38% จาก 6.9 พันล้านคน เป็น 9.6 พันล้านคน โดยประชากรจะมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้นอย่างน้อย 9 ปี ประชากรอายุ 15-64 ปีจะเพิ่มขึ้น 33% ในขณะที่ประชากรอายุมากกว่า 65 ปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 181% ดังนั้น หากพิจารณาแนวโน้มดังกล่าวประกอบกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย จะเห็นได้ว่าการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันได้แก่ อาหาร น้ำ และพลังงาน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรมนุษย์วัยแรงงาน จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

การปรับตัวเพื่อรับมือกับปริมาณอาหารที่ถูกทิ้ง (Food Waste) ของรัฐบาลฮ่องกง ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญที่ประเทศทั่วโลกควรจับตามอง เพราะเมื่อดูจากปริมาณขยะที่ถูกทิ้งต่อวันในปีที่ผ่านมานั้น พบว่ากว่า 36 เปอร์เซ็นต์ของขยะทั้งหมดหรือ 9,278 ตัน คือปริมาณอาหารที่ถูกทิ้ง อันมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของขยะทั้งหมด ดังนั้นการตัดสินใจประกาศนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดปริมาณอาหารที่ถูกทิ้งลง 10 เปอร์เซ็นต์ใน 3 ปีข้างหน้า และ 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2022 นั้น ถือได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เหตุเพราะ ณ ปัจจุบัน ขยะในฮ่องกงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และ หากรัฐบาลฮ่องกงไม่มีนโยบายเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว มีแนวโน้มว่า ฮ่องกงอาจต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมืองในอนาคตเป็นแน่ ดังนั้น ในบทความนี้ผมจึงอยากนำเสนอ 2 แนวทางที่สำคัญของรัฐบาลฮ่องกงในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว


แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://m5.paperblog.com/i/55/556628/rwandan-knowledge-based-economy-illusion-L-EYjaoi.jpeg

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษเรื่อง "เศรษฐกิจโลก ... เวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง" ในงานสัมมนาการส่งเสริมด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน ในการบรรยายครั้งนี้ ผมได้คาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกไว้หลายด้าน แต่ในบทความนี้ผมจะกล่าวถึงเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกสู่ "เศรษฐกิจฐานความรู้"

การเข้าสู่เศรษฐกิจฐานความรู้เป็นไปตามแนวคิด "คลื่นอารยะ 7 ลูก" ที่ผมได้วิเคราะห์ไว้ในหนังสือ "สยามอารยะ แมนนิเฟสโต : แถลงการณ์สยามอารยะ" ซึ่งกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของอารยธรรมของโลกจากคลื่นลูกที่ 0 คือสังคมเร่ร่อน สู่คลื่นลูกที่ 1 - 3 คือ สังคมเกษตรกรรม สังคมอุตสาหกรรม และสังคมข้อมูลข่าวสารตามลำดับ และปัจจุบัน โลกกำลังจะเข้าสู่คลื่นลูกที่ 4 คือ สังคมแห่งความรู้

 บทความที่ผ่านมาผมกล่าวถึงเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบรรยายพิเศษในงาน International Conference on Arts and Science 2014 ที่จังหวัดสงขลา โดยอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการวิจัยและพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันได้แก่ การขยายตัวแบบก้าวกระโดดในการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา ขอบเขตงานวิจัยที่กว้างขึ้นสู่ระดับภูมิภาค และการแข่งขันด้านการวิจัยและพัฒนาที่มีรุนแรงมากขึ้น


Source : http://wwwnc.cdc.gov/travel/images/map-thailand.png

Recently, I had an opportunity to deliver a lecture on ?Thailand?s Economic Strategy towards a High-Income Economy? to new investors. I assume readers who are interested in national development issue may probably have some interest in my lecture?s content as well. Therefore, I have selected some parts of the lecture to share with readers in this article.

Due to Asia?s rapid and constant economic expansion at present, a question arises as to whether Asia will be able to maintain its growth rate in the future, or whether it will fall into the middle income trap similar to what has happened in Latin America in the past.

กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปบรรยายพิเศษในงาน International Conference on Arts and Science 2014จัดโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยผู้ฟังประกอบด้วยอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในการบรรยายครั้งนี้ ผมได้อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีลักษณะที่สำคัญหลายประการ เช่น