เศรษฐกิจ


ที่มาของภาพ : http://www.thawanholiday.net/images/sub_1307494249/Bhutan%281%29.jpg

         ประเทศภูฏานมีชื่อเสียงในแง่ของการเป็นประเทศแถวหน้า ที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีความสุขที่สุดในโลกและเป็นต้นแบบของการใช้ดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ Gross National Happiness (GNH) วัดความเจริญก้าวหน้าของการพัฒนาประเทศ

         ในความคิดเดิมของผม ภาพลักษณ์ของภูฏานเป็นประเทศที่ประชาชนมีความสมถะตามหลักศาสนา ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่พอเพียง ไม่ติดกับดักวัตถุนิยม และรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมอันดีงาม บ้านเมืองมีความสงบสุข ปลอดภัย สะอาด และมีสภาพแวดล้อมที่ดี


Source :http://www.1zoom.me/en/wallpaper/373611/z2062.4/%26original=1
 

    Recently, I have analyzed and written a lot about entering into the ASEAN community and have given a general picture. However, as Bangkok is the capital city of Thailand, it is the center for many activities. I, therefore, think that it will be very beneficial if there are detailed analyses conducted to find out answers to how the opening of the ASEAN community would affect Bangkok and people who live in Bangkok. 
     Entering and becoming one of the members of the ASEAN community affects the people of Bangkok in many ways and these are as follows.

หลายประเทศกำลังติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle income trap) ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย กล่าวคือ ประเทศเหล่านี้ไม่สามารถขยับไปเป็นประเทศรายได้สูง แม้จะสามารถสร้างรายได้จากการพัฒนาอุตสาหกรรมและการส่งออก จนทำให้ประชาชนในประเทศมีความกินดีอยู่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง (high income countries) ได้ เนื่องจากเหตุที่ขาดแนวทางที่เหมาะสมหลายประการในการพัฒนาขีดความสามารถในภาคการผลิต บริการ และเกษตรของตน 

ข้อมูลใน Wealth Report ปี 2012 จัดทำโดย ไนท์ แฟรงค์ (Knight Frank) และ ซิตี้ ไพรเวท แบงค์ (Citi Private Bank) รายงานว่าเศรษฐกิจจีนจะแซงเศรษฐกิจสหรัฐและกลายเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2020 แต่อันดับจะถูกเปลี่ยนเป็นประเทศอินเดีย ที่จะกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2050 ประกอบกับเมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียได้เปิดตัวนโยบายการค้าต่างประเทศ (Foreign Trade Policy - FTP) ฉบับปี ค.ศ. 2015 - 2020 อย่างเป็นทางการ หลังจากรัฐบาลใหม่ของอินเดียภายใต้การนำของนายนเรนทรา โมดี ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของไทยด้วย คำถามที่น่าสนใจตามมาคือ ทิศทางนโยบายในด้านต่างๆ ในอีก 5 ปีข้างหน้าของประเทศอินเดียนั้นเป็นอย่างไร และจะมีนัยทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยอย่างไร 

ฮาร์วาร์ดให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาภาพรวมทั้งมหาวิทยาลัย และยังให้ความสำคัญกับการกระจายความรับผิดชอบลงสู่ระดับวิทยาลัย โดยให้เป็นเป้าหมายร่วมกันที่แต่ละวิทยาลัยของฮาร์วาร์ดจะต้องขับเคลื่อนภารกิจทางด้านการศึกษาตามจุดแกร่งของตนเอง อาทิ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การทำวิจัย การให้บริการวิชาการแก่สังคมและประชาคมมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลทำให้วิทยาลัยต่าง ๆ ของฮาร์วาร์ดสามารถสร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น  ระดับองค์กร ระดับชุมชน ระดับสังคมประเทศชาติ และระดับโลก อาทิ วิทยาลัยเคนเนดี้สคูลแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Kennedy School) ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะหล่อหลอมสร้างคนเปลี่ยนโลก หรือ วิทยาลัยธุรกิจแห่งฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) แหล่งผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูงป้อนสู่สถานประกอบการชั้นนำทั่วโลก เป็นต้น    


แหล่งที่มาของภาพ : http://blog.vistage.com/wp-content/uploads/2013/01/economic-growth.jpg

 
จากรายงาน PWC’s Investor Resource Institute ประจำปี 2014 ที่อธิบายถึง 5 แนวโน้มโลกอนาคตช่วงปี 2030 - 2050 ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจ 5 ประเด็น ประเด็นแรก ในปี 2050 ประชากรทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในเมืองจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 72 ประเด็นที่สอง ในปี 2030 จะมีประชากรทั่วโลก 8.3 พันล้านคน โดยมีความต้องการด้านพลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 และความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 ประเด็นที่สาม จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงการประชากร โดยในปี 2050 สัดส่วนผู้สูงอายุทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 21 ของประชากรทั้งหมด ประเด็นที่สี่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจจากฝั่งตะวันตกมาเป็นตะวันออก โดยจะมีสัดส่วนชนชั้นกลางทั่วโลกคิดเป็นร้อยละ 66 และการบริโภคของชนชั้นกลางทั่วโลกร้อยละ 59 มาจากทวีปเอเชีย และประเด็นที่ห้า ในด้านของการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีจะเกิดการเพิ่มขึ้นของ “Internet of Things” 

 
เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่อง “The ASEAN Integration and beyond” ที่ฮ่องกงโดยผู้ฟังเป็นผู้บริหารของบริษัทด้านโลจิสติกส์ที่มีหลายสาขาทั่วโลก ซึ่งผมได้อธิบายถึงแนวโน้มของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ (T&L) หลังการเปิดประชาคมอาเซียนดังนี้ 
 
The ASEAN community has become one of the most commonly spoken about issue; however, recent surveys found out that Thai’s having knowledge and understanding on ASEAN community are just a few in numbers. This could make many Thai’s lose out on the opportunity or be unprepared in taking advantage of the upcoming change which will be occurring in no time. 
 
Because the ASEAN community will cause many changes to occur in Thailand, this article in the first in the asean will be talking about the changes in the following two ways, which are:
 
จากข้อมูลในรายงานวิจัยเรื่องดัชนีชี้วัดคลังสมองทั่วโลก ประจำปี 2014 (2014 Think-Tank Index Report)ของ The Lauder Institute แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย พบว่า มีจำนวนคลังสมอง (Think-Tank) ทั่วโลกทั้งสิ้น 6,681 แห่ง แบ่งเป็นที่ทวีปอเมริกาเหนือ 1,989 แห่ง ทวีปยุโรป 1,822 แห่ง ทวีปเอเชีย 1,106 แห่ง ทวีปอเมริกากลาง-ใต้ 674 แห่ง ทวีปตะวันออกกลาง-เหนือ 521 แห่ง ทวีปแอฟริกา-ซับ ซาฮารา 467 แห่ง และทวีปโอเชียเนีย 39 แห่ง เมื่อเรียงลำดับจำนวนคลังสมองของแต่ละประเทศ พบว่า ประเทศที่มีจำนวนคลังสมองมากที่สุด คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนทั้งสิ้น 1,830 แห่ง รองลงมาคือ ประเทศจีนและประเทศอังกฤษ มีคลังสมอง 429 และ 287 แห่งตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีประเทศที่มีจำนวนคลังสมอง 100-199 แห่ง อีก 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเยอรมนี อินเดีย ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา รัสเซีย และญี่ปุ่น ส่วนประเทศที่เหลือมีจำนวนคลังสมองต่ำกว่า 100 แห่งทั้งสิ้น