เศรษฐกิจ

ในอนาคต ความเป็นเมืองจะขยายตัวมากขึ้น กล่าวคือ ประชากรจะอาศัยอยู่ในเมืองร้อยละ 60 ในปี 2020 และเป็นร้อยละ 70 ในปี 2050 ความเป็นเมืองช่วยให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพและการสร้างนวัตกรรม สังเกตได้จากส่วนแบ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP ของเมืองมากกว่าสัดส่วนของประชากรในเมือง GDP ของเมืองมีส่วนแบ่งถึงร้อยละ 80 ของ GDP โลก แต่มีประชากรในเมืองเพียงร้อยละ 54 ของประชากรโลก
เมืองมีผลิตภาพสูงกว่า เนื่องจากความประหยัดจากการอยู่เป็นกลุ่ม (Agglomeration economies) ซึ่งการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนจะสนับสนุนหน้าที่ 3 ประการ คือ การจับคู่ (Matching) การใช้ร่วมกัน (Sharing) และการเรียนรู้ (Learning)
 
In last January, the committee members of the Wisdom Council Thailand completed a survey on PVE index. The survey structure of PVE index was consisted of three different parts which were contribution to economic growth, social responsibility and private institution.
 
From the survey of 1,227 Thai citizens and the interview of 200 entrepreneurs about the effectiveness of the private sector; the survey suggested that Thai citizens gave private effectiveness only a passing level with the 61% for the overall.
 
By considering each indicator, it revealed that - private sector helps in increasing economic growth due to its expert and specialization in doing business. Indicators related to contribution to economic growth got the highest score of 62.4% compare to social responsibility and private institution which got score of 61% and 59% respectively.
 

     นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นประมุขแห่งประเทศไทย จนกระทั่งเสด็จสวรรคต ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดพระองค์หนึ่งของโลก พระราชกรณียกิจของพระองค์มีมากมายเหลือคณานับ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนและรับรู้ปัญหาของประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศด้วยพระองค์เอง ซึ่งทำให้พระองค์พบว่า ราษฎรส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรนั้น ล้วนยากจน ผลิตพืชผลทางการเกษตรได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ อันเนื่องจากความแห้งแล้ง ขาดแคลนพื้นที่ทำกิน อีกทั้งขาดแคลนความรู้ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ให้มีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พระองค์จึงได้ทรงริเริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้พ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประจักษ์พยานให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านเศรษฐกิจของพระองค์อย่างชัดเจน

ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายในสังคมไทยในปัจจุบัน ผมเห็นว่ามีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากกระบวนการบริหารที่ยังไม่ครบถ้วนทุกมิติ ผมได้ทบทวนเรื่องกรอบความคิดในการบริหารและพัฒนาไปสู่การสร้างโมเดลใหม่ "ยุทธศาสตร์การบริหาร 8E โมเดล" เมื่อหลายปีที่แล้ว

ในบทความนี้ ผมจะกล่าวถึง E ตัวที่ 4 ซึ่งผมขอสร้างคำเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Esteemed Valuableness" และสร้างคำเป็นภาษาไทยว่า "ประสิทธิคุณ"

ในบทความครั้งที่แล้ว ผมได้เขียนถึงผลการสำรวจในภาพรวมของประสิทธิผลภาคเอกชน (Private Sector Effectiveness: PVE) ที่เป็นตัวชี้วัดด้านหนึ่งภายใต้ดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย หรือ Thailand Effectiveness Index (TE Index)

ภาคเอกชนในที่นี้ หมายถึง ธุรกิจเอกชนไทยหรือต่างชาติที่ดำเนินการในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร เช่น ร้านค้า สถานประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน

จากการอภิปรายผลดัชนีประสิทธิผลภาคเอกชน ประเด็นสำคัญ คือ ภาคเอกชนไม่ได้คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจในระยะยาวเท่าที่ควร กล่าวคือ ยังลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาไม่มากพอ และการคิดค้นหรือประดิษฐ์เชิงนวัตกรรมยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ บทความตอนนี้จึงจะลงลึกในประเด็นดังกล่าว

ดัชนีประสิทธิผลภาคเอกชน แบ่งตัวชี้วัดออกเป็น 3 หมวด คือ หมวดด้านการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หมวดความรับผิดชอบต่อสังคม และหมวดสถาบันภาคเอกชน ซึ่งหมวดสถาบันภาคเอกชนได้คะแนนต่ำสุด

แนวโน้มโลกในอนาคตจะเกิดเศรษฐกิจหลายขั้วอำนาจมากขึ้น เพราะขั้วมหาอำนาจเดิมกำลังถดถอย ขณะที่เศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่มีขนาดใหญ่มีศักยภาพในการขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

ประเทศเล็กๆ ต่างพยายามสร้างความยึดโยงกับมหาอำนาจต่างๆ เพื่อความมั่นคงและอยู่รอดของตนเอง เช่น อินโดนีเซียผลักดันตนเองหวังเป็นสมาชิกของ BRICS เมียนมาร์และกัมพูชา เปิดโอกาสให้มหาอำนาจทั้งหลายเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ โดยแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ (เช่น แหล่งน้ำมันในทะเล)

Due to limited resources and a lack of sufficiently appropriate personnel and sufficient competence amongst them, the public sector should not be the only sector responsible for driving the country forward. I believe that the private sector, the people sector (civil society sector) all need to participate and contribute in developing the country together. If these three sectors strongly cooperate with each other, the country will move forward more quickly and more successfully since all these sectors would be contributing their individual strengths which would help support each of them.

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 ผมได้มีโอกาสบรรยายเรื่อง ?ยุทธศาสตร์แรงงานไทยเพื่อประเทศไทยมีรายได้สูง? ในการสัมมนาโครงการสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ ที่จัดโดยกองส่งเสริมการมีงานทำ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยมองถึงภาพรวมปัญหาแรงงานไทย ยุทธศาสตร์การพัฒนาแรงงาน รวมทั้งการเตรียมพร้อมแรงานไทยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูง

ผมเห็นว่า การเตรียมพร้อมและการพัฒนาด้านแรงงานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สังเกตได้จากปัญหาแรงงานและตลาดแรงงานไทยในปัจจุบัน จึงปรารถนาที่จะนำเสนอทิศทางและแนวทางการเป็นแรงงานที่มีคุณภาพแก่แรงงานไทยทุกคน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมในฐานะประธานสภาปัญญาสมาพันธ์ได้เผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดทำดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลของภาคเอกชน (Private Sector Effectiveness: PVE) เป็นตัวชี้วัดด้านหนึ่งภายใต้ดัชนีประสิทธิผลประเทศไทย หรือ Thailand Effectiveness Index (TE Index) ซึ่งประกอบด้วยตัวชี้วัด 3 ด้าน คือประสิทธิผลภาครัฐประสิทธิผลภาคเอกชน และประสิทธิผลภาคประชาชน
ประสิทธิผลภาคเอกชนสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ของประชาชนว่า ภาคเอกชนสามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการต่างๆ ได้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยมีส่วนเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศโดยรวม ตลอดจนเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนมากน้อยเพียงใด

In the previous article, I have spoken about the opportunity of Bangkok to become the capital city of ASEAN, especially as a center of trade and logistics, investment and office settings, tourism industry, and healthcare and beauty services.

Even though Bangkok has the opportunity to become the capital city of the region because of the advantages it faces due to its geographical location and strengths in some economic aspects, there are some important threats which reduce the opportunity for Bangkok becoming the center of the region and reduces the benefits associated with it becoming the center of the region. These are?