AEC ทำให้การพัฒนาประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? (2)

Primary tabs

AEC ทำให้การพัฒนาประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? (2)


แหล่งที่มาของภาพ : http://globalfinance.zenfs.com/images/US_AHTTP_AP_HEADLINES_BUSINESS/5452965a7018db27800f6a706700d9d7_original.jpg
 
บทความตอนที่ผ่านมา ผมได้วิเคราะห์เกี่ยวกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ว่า จะทำให้การพัฒนาประเทศของไทยเปลี่ยนแปลงไปใน 2 ประเด็น คือ (1) การเปลี่ยนแปลงขอบเขตของการพัฒนา ภาคส่วนต่าง ๆ จึงควรปรับมุมมองในการดำเนินงานให้มีขอบเขตกว้างมากขึ้น จากมุมมองภายในขอบเขตประเทศสู่มุมมองระหว่างประเทศ และ (2) การเปลี่ยนแปลงทิศทางการพึ่งพาต่างประเทศ จากการพึ่งพาตะวันตกสู่การพึ่งพาตะวันออกมากขึ้น (from West to East) และจากการพึ่งพาประเทศพัฒนาแล้ว สู่การพึ่งพาเศรษฐกิจเกิดใหม่มากขึ้น (from North to South) 

AEC ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศในมิติอื่นนอกเหนือจาก 2 ประเด็นที่กล่าวแล้ว ในบทความนี้ ผมจะนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยซึ่งเป็นผลจาก AEC ในประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงท่าทีของมหาอำนาจต่อกลุ่มประเทศอาเซียน
 
การรวมตัวเป็น AEC ทำให้ท่าทีของมหาอำนาจต่อกลุ่มประเทศอาเซียนเปลี่ยนแปลงไป จากการละเลยสู่การหันกลับมาให้ความสำคัญมากขึ้น ชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ได้พยายามแผ่อิทธิพลเข้ามาในอาเซียนมากขึ้น 
มหาอำนาจใหม่อย่างจีนได้พยายามขยายอิทธิพลไปยังกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งอาเซียน ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา และแอฟริกา ผ่านการทำการค้า การลงทุน การให้ความช่วยเหลือด้าน    ต่าง ๆ โดยเฉพาะการให้เงินกู้ในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่นเดียวกับ อินเดียที่มีนโยบาย “มองตะวันออก” (Look East) และร่วมมือกับประเทศในอาเซียนในการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงอินเดียกับอาเซียน นอกจากนี้ รัสเซียยังให้ความสนใจที่จะร่วมลงทุนด้านเส้นทางคมนาคมกับประเทศอาเซียนอีกด้วย 
 
ท่าทีของมหาอำนาจใหม่ส่งผลทำให้สหรัฐอเมริกาเริ่มขยับตัว หันมาให้ความสำคัญกับประเทศอาเซียนมากขึ้น หลังจากที่มีท่าทีไม่ใส่ใจประเทศเหล่านี้มาเป็นเวลานาน สังเกตได้จากการเดินทางมาเยือนของบุคคลระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตัน การเข้าร่วมเวทีด้านความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน หรือการย้ายยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือมายังภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมากขึ้น 
 
ผมมองว่า ประเทศมหาอำนาจอาจกำลังพยายามทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนไม่สามารถรวมตัวกันได้อย่างเข้มแข็ง หรือพยายามแทรกแซงความสัมพันธ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะหากประเทศอาเซียนรวมตัวกันได้อย่างเข้มแข็ง ย่อมจะทำให้อำนาจต่อรองของอาเซียนเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นการดีต่อประเทศมหาอำนาจมากเท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้ ท่าทีของมหาอำนาจจึงพยายามแบ่งแยกประเทศอาเซียนเพื่อการปกครองที่ง่ายขึ้น 
 
การแบ่งแยกเพื่อปกครองของมหาอำนาจสามารถสังเกตได้จากกรณีของจีนที่ให้ความช่วยเหลือกัมพูชาในกรณีที่ขัดแย้งกับไทยเรื่องเขาพระวิหาร หรือการที่จีนช่วยเหลือกัมพูชาจนทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนที่กัมพูชา ไม่มีข้อสรุปที่เป็นฉันทามติ (consensus) เกี่ยวกับกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ 
 
อีกกรณีหนึ่ง คือ การที่สหรัฐอเมริกาดึงประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศเข้าเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement : TPP) โดยมีเหตุผลหลักเพื่อกีดกันและปิดล้อมประเทศจีน แต่อีกเหตุผลหนึ่ง คือ เพื่อแยกประเทศอาเซียนออกจากกัน 
 
ด้วยสถานการณ์การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจจึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงสำหรับอาเซียนและไทย เพราะจะทำให้มหาอำนาจหันมาให้ความช่วยเหลือประเทศในอาเซียนมากขึ้น เช่น สิทธิพิเศษทางการค้า เงินลงทุน เงินช่วยเหลือ หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นต้น หากแต่เป็นความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างขั้วอำนาจต่าง ๆ 
 
ความซับซ้อนในการบริหารเศรษฐกิจจะยิ่งมีมากขึ้น การเกิดขึ้นของขั้วอำนาจใหม่ และการรวมกลุ่มของเศรษฐกิจเกิดใหม่ จะทำให้ไทยอาจต้องเผชิญปัญหาที่เรียกว่า “Spaghetti bowl effect” เนื่องจากความซับซ้อนและความหลากหลายของกฎระเบียบและมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยมหาอำนาจและกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน การพัฒนามาตรฐานของภาคการผลิตที่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานที่แตกต่างกันของประเทศที่เป็นลูกค้า และการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ประกอบด้วยหลายสกุลเงินซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น
 
ปัจจุบัน โครงสร้างเศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทยผูกติดกับมหาอำนาจเศรษฐกิจเดิม ค่อนข้างมาก  แม้ว่าสัดส่วนการค้ากับประเทศเหล่านี้ลดลง แต่ยังมีสัดส่วนที่สูง กล่าวคือ ประเทศไทยยังพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มากกว่าร้อยละ 50 ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศที่มีศักยภาพเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอนาคตยังมีค่อนข้างน้อย แม้การค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับจีนเพิ่มสูงขึ้น แต่การค้าและการลงทุนกับอินเดีย รัสเซีย บราซิล แอฟริกาใต้ยังมีน้อยมาก เพราะความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจเกิดใหม่และการสนับสนุนจากภาครัฐในการบุกเบิกตลาดเหล่านี้ยังจำกัด
 
คำถามสำคัญในวันนี้ คือ ประเทศไทยและอาเซียนจะดำเนินยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศอย่างไร? ภาครัฐจะกำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในอาเซียนอย่างไร? หรือจะรักษาดุลอำนาจของมหาอำนาจที่มีต่อไทยอย่างไรเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด? 
 
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าท่าทีของประเทศมหาอำนาจที่หันมาให้ความสำคัญและสนใจกับประเทศอาเซียนมากขึ้น จะด้วยเหตุผลเพื่อแยกหรือรวมอาเซียนก็ตาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยและอาเซียนต้องตระหนัก คือ การสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน เพราะความไว้วางใจจะนำไปสู่การรวมตัวที่เข้มแข็ง รวมถึงสามารถเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ 
 
สำหรับการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยซึ่งเป็นผลจาก AEC ในประเด็นอื่น ๆ จะนำเสนอในบทความครั้งต่อ ๆ ไป
 
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน
 
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)